แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมศาตร์ สอนให้ ฉันรักประชาชน วิจารณ์ รักแผ่นดิน รักชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมศาตร์ สอนให้ ฉันรักประชาชน วิจารณ์ รักแผ่นดิน รักชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คำขวัญตกยุค ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน







ที่มาคำขวัญ

"ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน" เป็นวลีอมตะของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วาทะสำคัญนี้มีต้นเค้ามาจาก มองนักศึกษา มธก. ผ่านแว่นขาว บทความของกุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัย ซึ่งสะท้อนชัดหลักการของประชาคมธรรมศาสตร์ นับแต่มหาวิทยาลัยนี้กำเนิดขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2477 ภายใต้อุดมการณ์ประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเสมอภาคทางการศึกษา

โดยปัจจุบันเปรียบเสมือนคำขวัญอย่างไม่เป็นทางการของมหาวิทยาลัย และประชาคมธรรมศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าวาทะดังกล่าวนี้อธิบายความหมายของจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ได้อย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเสียงสะท้อนเกี่ยวกับความเป็นไปของวาทะดังกล่าว เช่น เป็นเครื่องหมายการค้าของมหาวิทยาลัยเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือ ปัจจุบันนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใช้วาทะนี้เพียงเพื่อโอ้อวดตน เป็นต้น

ที่มา วิกิพีเดีย

-------------------------

พอยุคสมัยเปลี่ยน คำขวัญ สโลแกนบางอย่างมันก็ล้าสมัย อาจจะเป็นความจริงอยู่ แต่มันอาจไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้วก็ได้

พอดีผมเกิดนึกถึงคำขวัญที่ชาวธรรมศาสตร์หลงใหลชื่นชมกันมานาน ก็คือ

"ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน"

เหอะ ๆ ถ้าไม่มีใครสอนให้รักประชาชน คิดเองไม่เป็นเหรอ เรื่องง่ายๆ แค่นี้น่ะ 555

--------------------

ยุคนี้การรักประชาชน ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด

คำว่ารักประชาชน มันกว้างมาก เพราะตำรวจดีก็ประชาชน ตำรวจชั่ว ๆ ก็ประชาชน ทหารดีก็ประชาชน ทหารรักตัวกลัวตายมุ่งแต่ลาภยศจนลืมหน้าที่ทหาร ก็ประชาชนเหมือนกัน

แม้แต่โจรปล้นฆ่าก็เป็นประชาชน โจรข่มขืนมันก็ประชาชนเหมือนกัน แล้วจะไปรักประชาชน เห้ ๆ พวกนี้ไปทำซากอะไร ??

มันต้องหัดแยกแยะได้แล้วว่า ควรรักเฉพาะประชาชนดี ๆ ที่รู้จักหน้าที่พลเมืองที่ดีของประเทศชาติ

ไม่ใช่บอกรักประชาชน มันกว้างไป เพราะประชาชนที่บ่อนทำลายชาติ หนักแผ่นดิน ก็ไม่ต้องไปรักมัน

เพราะมนุษย์ชอบยึดถือว่า มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่สำคัญที่สุดบนโลกใบนี้ มนุษย์จึงเห็นแก่ตัว ทำลายธรรมชาติ ทำลายโลกได้ โดยไม่เกรงใจโลกใบนี้

ทั้ง ๆ ที่โลกใบนี้เปรียบเสมือนพ่อแม่ของสรรพชีวิต ที่เราควรต้องรักษา และเคารพ แต่เพราะมนุษย์ชอบยกตัวเองเป็นใหญ่ จึงชอบทำลายทุกอย่างบนโลกใบนี้ เช่น ตัดไม้ทำลายป่าแค่ไม่กี่ปี ก็ออกจากคุกได้แล้ว เพราะการที่เห็นป่าไม้สำคัญน้อยกว่ามนุษย์นี่แหละ

ฉะนั้น การที่บอกรักประชาชน ในยุคนี้ เป็นการเน้นความสำคัญไปที่ตัวมนุษย์มากกว่าสิ่งอื่นใด ซึ่งผมมองว่า มันตกยุคสมัยไปแล้ว เพราะมนุษย์ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดบนโลกใบนี้อีกแล้ว เพราะมนุษย์คือผู้ทำลายโลกมากกว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้

สมมุติเช่น ถ้า ไอ้สมศักดิ์ เจียม มันก็อ้างว่า มันรักประชาชน แต่กูไม่รักเจ้า มีไรมะ ? เพราะมันถือว่าเจ้า ไม่ใช่ประชาชน

หรืออย่างไอ้วรเจตน์ ถ้ามันก็อ้างว่า มันรักประชาชนเหมือนกัน แต่มันก็ไม่รักเจ้าเหมือนกัน มีไรปะ ? เพราะมันบอกว่า เจ้ากับประชาชน ใช้กฎหมายคุ้มครองไม่เท่าเทียมกัน !!

ในเมื่อประชาชนส่วนใหญ่รักในหลวง รักสถาบันกษัตริย์ แต่นักวิชาการธรรมศาสตร์ อย่างเช่น สมศักดิ์ เจียม ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และวรเจตน์ กลับมีแนวคิดล้มเจ้า จึงเท่ากับตอแหลย้อนแย้งว่า "รักประชาชน"  เพราะคิดทำลายบุคคลที่ประชาชนรักที่สุด

-----------------------------

รักโลก รักแผ่นดิน รักความเป็นชาติต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุด

การจะรวมเป็นชาติได้ ไม่ได้มีเพียงแค่ประชาชนเท่านั้น เพราะต้องมีผืนแผ่นดิน ขอบเขต และอะไร ๆ อีกหลายอย่างที่ทำให้รวมกันเป็นชาติได้

คำชาติไทย ต้องประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ (ประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของชาติ)

หากรักชาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ก็จะต้องปกป้องชาติ ด้วยการปกป้องแผ่นดิน แต่ถ้ารักประชาชน บางทีก็อาจยอมเสียแผ่นดินโดยอ้างว่า กลัวประชาชนจะตาย กลัวประชาชนจะเดือดร้อน ถุย !! (ไอ้พวกอาจารย์เอี้ยๆ ที่ธรรมศาสตร์หนักแผ่นดินทั้งหลายมันชอบอ้างแบบนี้แหละ)

การแก้ปัญหาโดยเน้นมองที่ปกป้องประโยชน์ของประชาชนหรือคนเป็นหลักจึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนักในยุคนี้

เช่นเรื่องป่าไม้และธรรมชาติของประเทศ หากเรารักแผ่นดินรักประเทศ เราก็ต้องปกป้องทั้งสองสิ่งนี้ว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าความสำคัญของมนุษย์ 

เพราะหากประเทศไม่มีป่าไม้ ไม่มีธรรมชาติที่สวยงามเหลืออยู่ เพราะเหลือแต่เศษเดนมนุษย์ แบบนี้ประเทศชาติก็จะไม่น่าอยู่ ความแร้นแค้นอดอยากจะมากขึ้น สุดท้ายความลำบากก็จะตกไปที่ประชาชนคนดี ๆ ด้วย

อย่างในอดีตตั้งแต่โบราณมาก มีความเชื่อที่สอนให้คนเราเคารพธรรมชาติ ไม่ทำลายธรรมชาติ ผ่านความเชื่อเรื่องเจ้าป่าเจ้าเขา รุกขเทวดา 

การสอนให้รักประชาชน หมายถึงเน้นความสำคัญไปที่มนุษย์มากกว่าธรรมชาติ จนทำให้ทุกวันนี้มนุษย์ที่พวกมึงรักนั่นแหละ เอาเปรียบธรรมชาติ ทำลายชาติ ทำลายป่าไม้ จนแทบไม่เหลือแล้ว แม้จะต้องสิ้นชาติเสียแผ่นดิน มันก็ไม่สนใจ เพราะมันเห็นว่า ปัญหาปากท้องของข้าสำคัญที่สุด ขอข้าไปเป็นคนเขมรก็ได้ ข้ายอมเสียแผ่นดินได้ เพราะดีกว่าข้าตาย !!


อย่างผม ผมรักแผ่นดิน รักโลก รักความเป็นชาติ ผมเห็นว่า ต้นไม้ใหญ่อายุเกิน 30 ปี มีค่ามากกว่าคนชั่วตัดไม้ทำลายป่า 1 คนด้วยซ้ำ

หากคนชั่วตัดไม้ใหญ่ 1 ต้น หรือ ฆ่าสัตว์ป่าสงวน  1 ตัว ผมถือว่า มันควรมีโทษเทียบเท่าฆ่าคนตายไป 1 คน

แต่ทุกวันนี้กฎหมายไทยไม่เป็นเช่นนั้น คนชั่วมันต้ดไม้พยุงไปหลายร้อยต้น พอโดนจับได้ ติดคุกไม่กี่ปีก็ได้ออกมาตัดไม้อีกรอบแล้ว

นี่เพราะ หลักคิดที่เห็นว่าคนสำคัญที่สุด หลักคิดที่ว่า เรารักประชาชน โดยที่ไม่แบ่งแยกว่า ประชาชนมีหลายประเภท ประชาชนชั่ว ๆ จะไปรักมันทำไม ??

ที่สำคัญ นักการเมืองชั่ว ๆ มันก็อ้างรักประชาชนบังหน้าทั้งนั้น !!

ฉะนั้นสำหรับผม หลักการรักประชาชน จึงเป็นข้ออ้างที่คนชั่วอ้างเพื่อทำลายชาติได้เหมือนกัน 

คลิกที่รูปเพื่ออ่าน....?