วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

บทเรียนแนวคิดผิดก่อนแข่ง เหตุทีมชาติฟุตบอลหญิงตกรอบปรีโอลิมปิก







เป็นข่าวดังวันนี้ ที่คุณแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ประกาศลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย เหตุเพราะ ทีมชาติหญิงตกรอบปรีโอลิมปิก

ก่อนอื่น ผมอยากบอกคุณผู้อ่านให้รู้พอคร่าว ๆ ก่อนว่า ก่อนที่ไทยจะได้ไปฟุตบอลโลกหญิง 2015 ที่ผ่านมา สถิติในอดีตของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยเราเป็นรองทั้ง พม่า และเวียดนาม มาตลอด

แปลง่าย ๆ คือ ไทยเรามักแพ้ ทั้งพม่า และแพ้เวียดนาม มากกว่าไทยจะชนะทั้ง 2 ทีมนี้

แต่สถิติก็ไม่ถึงกับห่างกันมาก คือผลัดกันแพ้กันชนะมาโดยตลอด แต่ไทยจะเป็นรองทั้งสองทีมนี้นิด ๆ เพราะในซีเกมส์ ทีมพม่า และทีมเวียดนาม ได้เหรียญทองซีเกมส์ฟุตบอลหญิงมากกว่าทีมฟุตบอลหญิงไทย (แต่ซีเกมส์ 2015ครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์ ไม่มีการแข่งขันฟุตบอลหญิง)

ส่วนการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียนครั้งที่ 8 ปี 2015 ที่ผ่านมา

ซึ่งทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ก็สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลหญิงอาเซียน 2015 ได้ ด้วยการเอาชนะทีมชาติหญิงพม่า ในรอบชิง 3:2 ประตู

ทั้ง ๆ ที่ในรอบแรก นัดแรกของทีมชาติไทย เราแพ้ทีมชาติหญิงออสเตรเลียซึ่งส่งแค่ชุดเยาวชนไม่เกิน 20 ปีมาแข่งด้วยซ้ำ แบบไทยเราแพ้ถึง 3:0 ประตู

แต่พอในรอบรองชนะเลิศ ทีมชาติออสเตรเลียชุดนี้ก็กลับมาแพ้ทีมชาติพม่าแบบพลิกล็อค 1:0 ทำให้ทีมชาติหญิงพม่าได้หลุดเข้ามาชิงชนะเลิศกับไทย

แล้วทีมชาติฟุตบอลหญิงไทยก็ได้แชมป์ในที่สุด ก่อนจะเดินทางไปแข่งฟุตบอลโลกหญิง 2015

แล้วทีมชาติฟุตบอลหญิงไทยกสร้างความประทับใจในฟุตบอลโลก 2015 พอสมควร เพราะสามารถเก็บ 3 แต้มจากชัยชนะต่อไอเวอร์รีโคสต์ 3:2 ประตู

-----------------------

ที่ผมเกริ่นมาคร่าว ๆ เพราะผมอยากจะบอกว่า ทีมฟุตบอลหญิงของไทย เล่นกับทีมพม่า หรือกับ ทีมเวียดนาม จะสู้กันอย่างสูสีทุกครั้ง คือ มีโอกาสแพ้ชนะใกล้เคียงกันตลอดมา

หมายถึง ทีมฟุตบอลหญิงไทยไม่ได้เหนือชั้นกว่าทีมพม่า หรือเวียดนามเลย

อย่างในเอเชียนเกมส์ที่เกาหลีใต้ 2014 แม้ทีมชาติไทยจะเอาชนะทีมชาติเวียดนาม จนได้สิทธิไปฟุตบอลโลกหญิง 2015 ก็ตาม แต่พอมาเจอกันในเอเชียนเกมส์ที่อินชอนเกมส์ เกาหลีใต้

ทีมฟุตบอลหญิงไทยกลับต้องพ่ายแพ้ทีมชาติหญิงเวียดนาม 1:2 ประตู ทำให้ทีมเวียดนามแก้แค้นที่เคยพ่ายไทยตกรอบคัดเลือดฟุตบอลโลกหญิงได้สำเร็จ

----------------------

แนวคิดผิดก่อนลงสนาม คือสาเหตุที่ฟุตบอลหญิงไทยตกรอบปรีโอลิมปิก

ในนัดแรก ทีมไทยเจอทีมพม่า เราเล่นกับเข้าภาพ และตอนชิงแชมป์อาเซียน ก็เอาชนะพม่ามาแบบหืดจับ 3:2 ประตู

ดังนั้น ทีมหญิงไทยก็เลยไม่ประมาท แนวคิดก่อนลงสนามคือ อย่างน้อยต้องไม่แพ้เจ้าภาพ แต่สุดท้ายกลายเป็นว่า ทีมหญิงไทยกลับเอาชนะเจ้าภาพมาได้ 2:1

พอนัด 2 ไทยเอาชนะ จอร์แดน 1:0 ซึ่งไทยเราถือว่า ยิงประตูได้น้อยไป เลยทำให้ไต้หวันยังมีคะแนนนำอันดับ 1 เพราะมีผลต่างประตูได้เสียดีกว่าไทย 2 ประตู

เมื่อไทยเจอไต้หวัน ตรงนี้เราพลาดที่ได้ลูกจุดโทษ แต่กลับยิงไม่เข้า ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในทัวร์นาเม้นท์นี้ของทีมชาติไทย เพราะทำให้ไทยเราพลาดได้ 3 คะแนน กลายเป็นแบ่งทีมละ 1 แต้มกับไต้หวันไป

และเป็นจดเริ่มต้นของแนวคิดที่ผิดพลาดก่อนเจอทีมเวียดนาม


ดังนั้นเมื่อไทยเสมอกับไต้หวัน ความกดดันอย่างหนักกลับมาตกที่ทีมชาติไทยมากขึ้น

เพราะในนัดสุดท้ายไทยต้องเจอเวียดนาม และต้องเอาชนะให้ได้หลาย ๆ ประตู เพื่อหวังว่า จะมีโอกาสมีผลต่างประตูได้เสียมากกว่าทีมไต้หวัน ที่จะไปเจอเจ้าภาพพม่าในนัดสุดท้าย

นี่แหละครับ แนวคิดของทีมชาติหญิงไทยเริ่มมีแนวคิดผิดพลาดก่อนลงสนามแล้ว คือ

1. เพราะทีมไทยคิดว่า ไทยเราจะต้องเอาชนะเวียดนามให้ได้หลาย ๆ ประตู ทั้ง ๆ ที่ เวียดนามไม่ใช่ทีมกระจอก ๆ ที่ไทยเราจะเอาชนะได้ง่าย ๆ แถมสถิติเก่า ๆ ไทยเราแพ้เวียดนามมากกว่าไทยเอาชนะเวียดนามด้วยซ้ำ

เมื่อมีแนวคิดก่อนลงสนามว่าจะถล่มเวียดนามให้ได้เยอะ ๆ ก็เลยทำให้ทีมชาติไทยเล่นผิดฟอร์มเพราะกดดันตัวเอง

สุดท้าย ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย เลยเล่นบอลแบบผิดฟอร์ม กลายเป็นบอลสะเปะสะปะ เล่นรนจนผิดพลาดเอง จนถูกเวียดนามยิงประตูถึง 2 ประตู จากความผิดพลาดของทีมไทยเอง

2. เพราะทีมไทยคิดว่า ไต้หวันคือคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในทัวร์นาเมนท์นี้ ไทยเรายังคิดว่า โอกาสที่ไต้หวันจะชนะพม่า มีมากกว่าไต้หวันจะเสมอหรือแพ้พม่า

เพราะแนวคิดแบบนี้ ก็เลยกลายเป็นการกดดันตัวเองในการเจอกับเวียดนาม

เพราะไทยเราคิดว่า หากไต้หวันชนะพม่าได้ แล้วต้องมาวัดที่ผลต่างประตูได้เสีย ไทยเราก็เลยต้องพยายามยิงเวียดนามให้ได้มากที่สุด เพื่อจะเอาชนะผลต่างประตูได้เสียกับไต้หวันได้

แต่สถานการณ์กลับผิดคาด เพราะ เจ้าภาพพม่าเล่นอย่างไว้ลาย จนเอาชนะทีมไต้หวันไปได้ 3:1 ประตู 3:1 ประตู

สุดท้ายเลยกลายเป็นว่า ทีมชาติไทย ที่ว่าจะแย่งสิทธิกับทีมชาติไต้หวัน ก็กลายเป็นกินแห้วทั้งคู่ เพราะสิทธิคัดเลือกโซนเอเซียรอบสุดท้าย กลายเป็นทีมชาติเวียดนามคว้าสิทธิไป

นี่แหละครับที่ว่า ทีมฟุตบอลหญิงไทยมีแนวคิดที่ผิดพลาดก่อนลงสนามเจอทีมเวียดนาม



ที่ถูกต้องคือ ไทยเราควรเล่นไปตามฟอร์มตามที่ฝึกฝนมา อย่าไปคิดล่วงหน้าว่ามันจะอย่างนั้นอย่างนี้ พยายามเล่นให้ดีที่สุด ให้ดูผลเป็นนัด ๆ ไป

อย่างทีมชาติหญิงพม่า ถือว่า เป็นทีมจอมพลิกล็อค เพราะล้มตัวเต็งได้อยู่เสมอ เช่น ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2015  ทีมหญิงพม่า ยังพลิกล็อคเอาชนะทีมหญิงออสเตรเลียได้ ในรอบรองชนะเลิศ

ทั้ง ๆ ที่ ทีมชาติหญิงอสสเตรเลีย เป็นเต็ง 1 ในการคว้าแชมม์ฟุตบอลหญิงอาเซียน แต่สุดท้ายมาแพ้ทีมพม่า

เท่ากับตอนนั้น เหมือนพม่าเป็นบันไดช่วยไทยได้แชมป์ฟุตบอลอาเซียนจริง ๆ เพราะถ้าเกิด ออสเตรเลีย เจอ ไทย ในนัดชิง

ผมว่า ไทยจะแพ้ออสเตรเลีย ขาดลอยเหมือนในนัดแรก

-------------------------------

บทสรุปในบทความนี้ก็คือ ทีมฟุตบอลหญิงของไทย คิดล่วงหน้ามากเกินไป และดูถูกทีมพม่ามากไป ว่า ไม่น่าจะชนะไต้หวันได้

ทั้ง ๆ ที่ เราควรมีสมาธิกับเกมของเรามากกว่าจะไปสนผลแพ้ชนะของทีมอื่น ๆ

จงเล่นให้ดีที่สุดนัดต่อนัด เล่นให้ได้ตามฟอร์มที่เคยฝึกฝนมา ถ้ามันจะชนะหลายลูกได้ ก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของเกมจะพาไปเอง

ไม่ใช่คิดกดดันก่อนลงสนามว่า ฉันจะต้องยิงให้ได้มาก ๆ สุดท้าย ฟอร์มการเล่นเลยหลุดเสียเอง แพ้เพราะความผิดพลาดของตัวเอง

----------------

ส่วนฟุตบอลหญิงโอลิมปิก2016  ต้องการทีมจากเอเซียแค่ 2 ทีมเท่านั้น ซึ่งทีมที่ไปรอเตะรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายกับเวียดนาม ก็มีเช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ ออสเตรเลีย (รวมเวียดนาม)

ซึ่งจะแข่งขันแบบพบกันหมด แล้วนำทีมอันดับที่ 1 และ 2 ไปโอลิมปิก

---------------------

กรณีคุณแป้ง ล่ำซำ ลาออกจากผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงไทย

ผมว่า ตอนนี้ไม่มีใครเหมาะสมเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงไทยเท่ากับคุณแป้ง แล้วครับ

ลองเปลี่ยนโค้ชใหม่ ลองให้โค้ชผู้ชายมาทำทีมฟุตบอลหญิงแทนโค้ชผู้หฐิง บางทีอะไร ๆ หลาย ๆ อย่างอาจดีขึ้นผิดหูผิดตาเลยก็ได้

เพราะเรื่องกลเกมฟุตบอลสำหรับคนไทย ผมว่า โค้ชผู้หญิงยังห่างชั้นกับโค้ชผู้ชายอยู่มากครับ

เพราะโค้ชผู้หญิงมีแมทช์ให้แก้เกมน้อยกว่า ในขณะที่โค้บผู้ชายผ่านเกมการแข่งขันมามากมาย โค้ชผู้ชายจึงโอกาสพัฒนาทีมชาติหญิงได้ดีกว่า



หมายเหตุ บทความนี้เราไม่ขอกล่าวถึงการอมเงินเด็กของผู้ใหญ่บางคนในสมาคมฯ


คลิกอ่าน โชคทวี พรหมรัตน์ หลงอีโก้ จนเลืมหน้าที่ตัวเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น