วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2559

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แห่งวัดปากน้ำ ผู้ลุ่มหลงลาภสักการะสรรเสริญ







สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของสมีไชยบูลย์ ผู้ปาราชิกตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ไปแล้ว ด้วยความผิดยักยอกที่ดินของวัดมาเป็นของตนนานกว่า 10 ปี ไม่ยอมคืนโดยง่าย

สมเด็จพระมหารัชมัคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ในเวลานี้นั้น ท่านเป็นผู้ที่หลงใหลในลาภสักการะเป็นอย่างมาก

ดังเช่น การเดินบนกลีบกุหลาบที่ลัทธิสมีไชยบูลย์จัดขึ้น สมเด็จช่วงปลื้มใจหน้าบานยิ้มแช่ง สรรเสริญการเดินบนกลีบกุหลาบไว้ว่า




"วันนี้วัดปากน้ำเนืองแน่นไปด้วยเทพบุตร เทพธิดา อาตมาเองตั้งแต่เกิดจนถึงบัดนี้ 87 ปีแล้ว เพิ่งจะวันนี้เองที่ได้เดินบนกลีบกุหลาบจึงชื่นใจ"

จากคำพูดของสมเด็จช่วง ได้แสดงให้เห็นว่าท่านยังยึดติดในอัตตาตัวกูของกูอยู่มาก

ที่มาคำพูดของสมเด็จช่วง ที่ http://goo.gl/qnzMUi





แล้วในการเดินบนกลีบดอกดาวเรือง หรือดอกดาวรวยที่ลัทธิสมีไชยบูลย์ใช้เรียก สมเด็จช่วงก็ยังหลงใหลได้ปลื้มการเดินบนดอกดาวรวยเช่นเดิม



http://imgur.com/a/y8f4H


แม้แต่เงินบริจาค 30 ล้านบาทที่สมีไชยบูลย์ได้บริจาคให้วัดปากน้ำ ก็สร้างความประทับใจแก่สมเด็จช่วงอย่างมาก จนถึงขนาดประกาศว่า วัดปากน้ำ กับวัดพระธรรมกาย เป็นเสมือนวัดพี่วัดน้องกัน เสมือนวัดเดียวกัน ตามคลิปนี้





ภาพวาดสมเด็จช่วง ที่หายไป




เคยมีคนโพสรูปจากผนังในพระมหาเจดีย์มหารัชมงคล แห่งวัดปากน้ำ เป็นรูปสมเด็จช่วง ที่คล้ายภาพพระพุทธเจ้าโปรดปัญจวคีย์

ผจก.ออนไลน์ รายงานว่า รูปสมเด็จช่วงรูปนี้ถูกทาสีขาวทับไปแล้ว



รถยนต์โบราณในความครอบครองของสมเด็จช่วง 



ทะเบียนรถใส่ชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นเจ้าของรถทุกคัน

ถามว่า เป็นภิกษุสะสมทรัพย์สินได้หรือ ตาช่วง ?


กฎหมายสงฆ์ สมัยรัชกาลที่ 1 เรื่องห้ามถวายเงิน ทอง แก้ว แหวน และสิ่งที่ไม่สมควรแก่สมณะ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!





สาธุ !! สมเด็จช่วง ว่าที่สมเด็จพระสังฆราช ภิกษุผู้สะสมทรัพย์สินมากมายก่ายกอง !!!

----------------------------

ในอดีตที่ผ่านมา ไม่เคยมีสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใดทรงหลงใหลในลาภยศสรรเสริญ ถึงแม้พระองค์จะทรงเป็นถึงสังฆราชาก็ตาม

สมเด็จพระสังฆราชทุก ๆ พระองค์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงประพฤติตนสมเป็นดั่งสมณะภิกษุสาวกแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มักน้อยและผู้รักสันโดษอย่างดีเยี่ยม

หาก พ.ศ. 2559 จะแต่งตั้งใครขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ไม่ควรแต่งตั้งผู้ที่ยกย่องสรรเสริญและหลงใหลได้ปลื้มไปกับพฤติกรรมขายบุญของลัทธิสมีไชยบูลย์

หากสมเด็จช่วง ได้ขึ้นเป็นสังฆราชาองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อไหร่ ก็เท่ากับว่า พุทธศาสนาไทยคงเข้าสู่กลียุคแห่งวิกฤติศรัทธาแล้วครับ

ถ้าอยากให้สังคมพุทธศาสนาไทยแตกแยก กรรมการ มส. ก็เสนอสมเด็จช่วงเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ได้เลย รับรองกรรมการ มส.ที่เห็นชอบก็ปาราชิกลงสู่มหาอเวจีในเบื้องหน้าแน่นอน เหตุเพราะทำให้สงฆ์แตกแยก


อัตตาตัวกูของกู ต้องอลังการ !!



การที่จะให้นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าชื่อคนที่ยังมีคดีอาญาติดตัว ขึ้นมาเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น ย่อมเป็นการกระทำที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทได้

หากนายกฯ ทูลเกล้าไปแล้ว แต่เพราะเป็นพระราชอำนาจ แล้วถ้าไม่มีการโปรดเกล้าพระราชทานแต่งตั้งลงมา จนปล่อยเรื่องค้างเติ่งไปนาน ๆ

เดี๋ยวพวกพวกห่มเหลืองประสารเมธี และพวกขี้ข้าทักษิณ จะออกมากดดันพระราชอำนาจหรือไม่ นี่แหละอาจเป็นแผนชั่วแอบแฝงของคนพวกนี้

สุดท้ายขอฝากคำของท่านพุทธทาส เรื่อง ภิกษุอยู่อย่างโจร ตามรูปนี้ครับ



คลิกอ่าน หักล้าง ดร.เมธาพันธ์ แกนนำแดงสายวัด กรณีตั้งสมเด็จช่วงเป็นสังฆราช




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น