วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

พระราชดำรัส 4 ธันวาคม 2548 ในหลวงทรงเตือนสติทักษิณ







คือในตอนนี้พวกเสื้อแดงตัดคลิปบางช่วงที่ในหลวงทรงตรัสถึงทักษิณเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ในพระราชดำรัสเมื่อปี 2548 เพื่อจะโม้ว่า ในหลวงทรงเคยชมทักษิณ




แต่พวกเสื้อแดงมันหารู้ในบริบทในวันนั้นว่า ในหลวงทรงเตือนสติทักษิณด้วยการแสร้งชมทักษิณเพื่อเตือนสติทักษิณอ้อม ๆ  เพื่อให้ครม.ทักษิณ สนใจในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้มากขึ้น เพราะช่วงนั้นวิกฤติราคาน้ำมันแพงได้เกิดขึ้นอีกครั้ง

ส่วนทักษิณตอนนั้นเริ่มมือเติบมาก ในการดำเนินนโยบายที่ไม่พอเพียง แถมจะแปรรูปการไฟฟ้าด้วย 

เหตุเพราะช่วงนั้นรัฐบาลทักษิณมือเติบใช่เงินในคลังจนร่อยห ข่าวเงินคงคลังทักษิณร่อยหรอ เป็นข่าวลงเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2548 ก่อนวันที่ในหลวงจะมีพระราชดำรัส 4 ธันวาคม เพียง 6 วันเท่านั้น

ถ้าใครจำข่าวเงินในคลังยุคทักษิณร่อยหรอไม่ได้ ไปอ่านข่าวเก่าได้ที่ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9480000164568


แถมทักษิณยังจะหน้าใหญ่ ทูลฯ ขอปรับปรุงพระราชวังไกลกังวล ให้ใหญ่โตครับครันขึ้น แต่ในหลวงทรงปฏิเสธ


จากหนังสือ โลกนี้คือละคร ของคุณ วิษณุ เครืองาม

ซึ่งในพระราชดำรัส 2548 ในวันนั้น ผมดูผมจำได้ว่า นี่คือในหลวงทรงกำลังเตือนสติทักษิณให้รู้จักเศรษฐกิจพอเพียง ใครได้ดูในวันนั้นทั้งหมดคงจำได้ว่า ทักษิณโดนในหลวงตำหนิแบบอ้อม ๆ

ในหลวงทรงเตือนสติทักษิณ ด้วยการทำเป็นทรงแกล้งชมทักษิณ แล้วทรงแสร้งไปตำหนิภรรยาองคมนตรีแทน

ถามว่า คุณผู้อ่านคิดว่า ภรรยาองคมนตรีจะไม่พอเพียงจริงหรือ ?

คำตอบคือ ไม่ใช่ เพราะบรรดาองคมนตรีและคู่สมรสนั้นจะต้องรู้จักและเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างดี เพราะถ้าองคมนตีและคู่สมรสไม่พอเพียง ในหลวงคงไม่ทรงแต่งตั้งมาเป็นองคมนตรี ผู้ทำงานให้ในหลวง หรือเป็นตัวแทนในหลวงหรอกครับ

--------------------

ในหลวงทรงเตือนทักษิณ เรื่องการถูกวิพากษ์วิจารณ์

หรือแม้จะเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ในหลวงนั้น ที่ในหลวงมีพระราชดำรัสเรื่องนี้ เพราะช่วงนั้นสนธิ ลิ้มทองกุล กำลังโดนทักษิณฟ้องหมิ่นประมาท

แถมทักษิณยังสั่งปลดปลดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ออกจากช่อง 9  และเป็นที่มาของการเกิดกลุ่มพันธมิตรต่อต้านทักษิณในขณะนั้น

ในหลวงทรงยกกรณีนี้ขึ้นมาเพื่อเตือนสติทักษิณว่า ในหลวงยังยอมให้คนวิจารณ์ได้ แล้วทำไมนายกรัฐมนตรีจะโดนผู้คนวิจารณ์ไม่ได้

คลิปในหลวงตรัสสอนว่า ในหลวงก็ถูกวิจารณ์ได้ (แล้วทำไมนายกฯ ถึงไม่ยอมโดนวิจารณ์)



อีกทั้งทักษิณสั่งให้เพื่อนนายตำรวจรุ่นเดียวกันตอนนั้น เอาผิดจับกุมดำเนินกับสนธิ ลิ้มทองกุล ในคดีหมิ่นประมาทในหลายคดี

นี่แหละครับ คือบริบทที่ในหลวงทรงต้องตรัสถึงการวิจารณ์ในหลวง เพื่อเตือนสติทักษิณในการดำเนินคดีสนธิ ลิ้มทองกุล 

เพราะช่วงนั้นทักษิณกับสนธิ ลิ้มทองกุล เริ่มมีปัญหาขัดแย้งกันแล้ว สนธิวิจารณ์ทักษิณหลายเรื่อง ทำให้ทักษิณโกรธมาก พยายามหาทางเล่นงานสนธิ ลิ้มทองกุลทุกทาง

สนธิเริ่มมีการจัดเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรเพื่อต่อต้านระบอบทักษิณ รวมทั้งหลวงตามหาบัวก็ตำหนิทักษิณหลายเรื่อง

เอาเป็นว่า บริบทในวันนั้นทักษิณไม่ยอมให้ใครมาวิจารณ์ตนเอง เขาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ทุกคนต้องฟังเขาคนเดียว และจะเล่นงานคนที่ไม่เห็นด้วยกับเขา รวมทั้งเล่นงานสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์เขาทุกทาง

ทักษิณยังมือเติบบริหารจัดการประเทศไม่สนใจแนวเศรษฐกิจพอเพียง จนทำให้ในหลวงทรงต้องเตือน แต่ในหลวงจะเตือนด้วยการตำหนิตรง ๆ ในหลวงก็ทรงทำแบบนั้นไม่ได้

หรือจะเป็นเรื่องในหลวงทรงแซวเรื่องเครื่องบินประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ในหลวงจึงทรงใช้วิธีเตือนอ้อมๆ ว่า ทักษิณกับภริยามีเศรษฐกิจพอเพียง แต่องคมนตรีและภริยากลับไม่พอเพียง (แต่ในความจริงคือทักษิณเองที่ไม่พอเพียง)

ถ้านายกรัฐมนตรีและภริยา รวมทั้งคณะรัฐมนตรีและภริยา มีเศรษฐกิจพอเพียง (เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน) ก็จะทำให้ประเทศอยู่รอดไปได้อีก 40 ปี แม้จะไม่มีน้ำมันก็ตาม

ซึ่งตอนนี้พวกฟายแดงมันนำคลิปพระราชดำรัส 2548 มาใช้ในวันนี้ เพราะเวลาผ่านมาหลายปี บริบทในตอนนั้นก็นานจนหลายคนก็ลิมไปแล้วว่าเหตุการณ์สำคัญในวันนั้นมีอะไรบ้าง

พวกฟายแดงมันตีความว่า ในหลวงชมทักษิณ เฮ่อ.. ไอ้พวกฟายแดงบิดเบือนโดยแท้

คลิกอ่านประมวลข่าว ทักษิณเล่นงานสนธิ เมื่อปี 2548

----------------------

ายหลังจากในหลวงมีพระราชดำรัสเตือนทักษิณเรื่องการถูกวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวแล้ว

อีก 2 วันต่อมาทักษิณส่งทนายไปถอนฟ้องสนธิ ลิ้มทองกุล ในคดีทั้งแพ่งและอาญารวม 6 คดี เพื่อสนองพระราชดำรัส

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


ตามข่าวลิงค์นี้ http://astv.mobi/A4pfbBB

ส่วนสนธิก็ถอนฟ้องทักษิณในคดีหมิ่นประมาทเช่นกัน

-----------------------

บทวิเคราะห์พระราชดำรัสตำหนิทักษิณ

ผมขอยกบทวิเคราะห์พระราชดำรัส2548 ที่เคยมีผู้เขียนไว้เมื่อปี 48 ว่า ทักษิณคือนายกรัฐมนตรีที่ถูกในหลวงตำหนิมากที่สุด ตามนี้

v

v

วันนี้ทักษิณโดนตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้ายเลยนะถ้าเราสังเกตดี ๆ เรียกได้ว่า ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีที่โดนในหลวงว่ามากที่สุดตั้งแต่เคยมีมา แม้กระทั่งในหลวงยังทนไม่ได้แล้วนะ ทักษิณควรจะรีบๆไปซะ อย่าหน้าด้านอยู่อีกเลย

1. ในหลวงบอกว่านายกไม่ชอบให้ใครติ ไม่พอใจเวลาใครติ โกรธ จะทำให้บ้านเมืองปั่นป่วน เพราะนายกฯ ทักษิณเคืองเวลามีคนติ


2. ในหลวงบอกว่า the king can do no wrong ดูถูก the king เพราะทำไมจะทำผิดไม่ได้ (พระองค์บอกเป็นในว่า ขนาดพระเจ้าอยู่หัวยังทำผิดได้ ทำไมนายกไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด นายกพูดไม่คิด)

ในหลวงบอกให้ระวังคำพูดเพราะว่าถ้าไม่ ระวังจะตาย เพราะอยู่ในสายตาประชาชน ในหลวงบอกว่าไม่ได้แช่ง(นายก) แต่สงสาร ขอร้องให้ระวัง ๆ ที่คิดที่พูดที่ทำ ถ้าคิดว่าทำถูกก็ทำ


3.มีคนบอกว่าไม่ให้เอาในหลวงมาวิจารณ์ จริง ๆ ในหลวงบอกว่าวิจารณ์ได้ (ที่จริงในหลวงกำลังบอกว่าที่พวกทักษิณบอกว่าสนธิพูดถึงในหลวงไม่ได้ จริง ๆ แล้วพูดถึงได้ในทาง ที่เห็นด้วย คือที่สนธิเอามาพูดไม่เป็นไร พูดถึงได้เพราะไม่ได้ทำให้เสียหาย)

ในหลวงอยากให้ คนวิจารณ์ไม่กลัวด้วย ขอทราบว่าผิดตรงไหน (ในหลวงทรงสอนนายกฯ ทักษิณไปไหนตัว)

ในหลวงบอกว่าวิจารณ์ ได้ในหลวงอนุญาต ถ้าเค้าวิจารณ์ถูกไม่ว่าอะไร (ในหลวงกำลังบอกเราเป็นใน ๆว่ าที่คุณสนธิทำไม่ผิด)


4. ในหลวงบอกว่าต่างชาติว่า the king ของไทย ไม่ดี ละเมิดไม่ได้ ถ้าพูดถึงไม่ได้ ก็เสีย (กำลังบอกเป็นใน ๆ ว่าทักษิณกำลังเสีย เพราะไม่ยอมให้ใครวิจารณ์)

5. ในหลวงบอกว่าพวกที่ทำผิดอย่างมากก็แค่ลาออกเรื่องก็จบ

6. ในหลวงพูดถึงกบฏว่าเป็นกบฏก็ยังไม่จับใส่คุก ร.6 ก็ไม่จับใส่คุก พระองค์ก็ไม่ให้เข้าคุก เหมือนกัน “ไม่ฟ้อง”(กำลังบอกเป็นในว่าแม้กระทั่งพระองค์ยังไม่ฟ้องเลย ทำไมทักษิณถึงไป ฟ้องคนอื่น )

นักกฎหมาย(วิษณุ)สอนนายกว่าให้ฟ้อง ในหลวงไม่เห็นด้วยกับที่ให้ฟ้อง เพราะ สุดท้ายในหลวงจะเดือดร้อน (สุดท้ายพระองค์ท่านต้องไกล่เกลี่ย) พระองค์ท่านสอนว่า กฎหมายสอนนายกฯ ว่าใครด่าเรา ต้องด่ากลับ


7. ในหลวงพูดเรื่องแก้ตัวเรื่องวัดพระแก้วว่า ไม่บอกว่าอะไรถูกอะไรผิด ให้คิดเอาเอง คนเค้า เอือมกันแล้ว ในหลวงประชดว่านายกไม่ผิด นายกฯ ทำได้ทุกอย่าง ในหลวงบอกว่าแก้ตัวครั้งเดียวได้ แต่บ่อยไม่ดี

8. ไฟฟ้าทำมานานแล้ว (ในหลวงไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป)

9. ในหลวงบอกว่าพระองค์ทำไบโอดีเซล ว่าตัวเองว่าเห็นแก่ตัว แต่ไม่เป็นไรทุกคนก็เห็นแก่ตัว ต้องขวนขวายเพื่อตัวเอง(นายกเห็นแก่ตัวหาเงินเข้าแต่กระเป๋าตัวเอง)

10. บอกว่านายก ฯ อายุ94 อาจจะยังแข็งแรงก็ได้ (ทรงเปรียบเทียบเรื่องพระสังฆราชที่อายุมาก แต่ทักษิณตั้งสมเด็จเกี่ยวเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนพระสังฆราช แม้แต่หลวงตามหาบัวยังค้ดค้าน)

11. พูดเรื่องว่า ทักษิณมีเครื่องบินลำ โต ๆ (เครื่องบินไทยคู่ฟ้าของนายกฯ ที่สนธิเอาไปวิจารณ์จนทักษิณฟ้องหมิ่นประบาทสนธิ)

12.จะไปขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไปเชียงใหม่ ไปเที่ยวสวนสัตว์

13.ทำพลังงานทดแทนได้ ทำทีวีได้ โฆษณา ในทีวีได้ ชี้แจงได้ (เพราะนายกชี้แจงอยู่นั่นแหละ)

14.ถ้าแต่ละคนขวนขวายส่วนตัว อีกสี่สิบปีไม่เดือดร้อน (นายกทำแต่เพื่อตัวเองไม่คิดถึงส่วน รวม)

15.นายกมีศก.พอเพียงไม่จ่ายเงิน คู่สมรสก็ชำนาญเรื่องศก.พอเพียง( ประมาณว่างก ไม่จ่าย อะไรเองเลย เอาแต่เงินของประเทศประหยัดเงินตัวเอง)

16. ถ้านายกทำเศรษฐกิจพอเพียง คณะรองนายกทำศก.พอเพียง ก็จะทำให้ศก.อีกสี่สิบปีไปได้ (ทรงประชดให้ ครม. รู้จักพอเพียง)

17 .บอกให้นายกสอนครู(โภคิน วิษณุ) ครูจะได้ไปสอนคนอื่น

18. ไม่ต้องสอนฝ่ายค้านเพราะพอเพียงแล้ว (หมายถึง ชวน)

19. ลิงต้องมีแก้ม ถ้าลิงไม่มีแก้มอยู่ไม่ได้ แก้มคนก็เป็นแก้มลิงได้ จะพูดอะไรเก็บในแก้มก็ได้ (ไม่จำเป็นนายกไม่ต้องพูดก็ได้ เพราะนายกฯ ตอบโต้ผู้วิจารณ์ทุกเรื่อง)

21.ฝายแม้ว ทำให้ น้ำท่วมเชียงใหม่ ทำไม่ถูกต้องทำไม่ดี (ฝายแม้วน่ะ สื่อถึงพี่แม้วของเรา แต่ท่านตรัสอ้อม ๆ นะ (เพิ่มเติม)

22.เขื่อนที่กุยบุรี พระองค์ท่านใช้เงินส่วนตัว 100 ล้าน ทำเขื่อนไม่ให้น้ำท่วม เพราะถ้ารอชลประทานไม่ได้ น้ำจะท่วม ขอกรมชลบอกไม่มีงบ (ก็ไอ้เหลี่ยมเอาไปซื้อเครื่องบินไทยคู่ฟ้าหมดแล้ว)

23.ในหลวงบอกว่า สำหรับคนที่พยักหน้า เขาไม่ 100 ล้านไม่ใช่อะไร ต้อง 1,000 ล้าน หมื่นล้าน แสนล้าน (ตอนนั้น นายกพยักหน้า)
(2 พันล้านก็ที่ฟ้องหมิ่นประมาทสนธิ แสนล้านก็เมกะโปรเจค)

24. เงินมีอยู่ คนก็บอก บางทีก็บอกไม่มีเงิน แต่เงินนะมี ในงบ ฯ มี ถ้าไม่มีก็หมายความว่างบประมาณทำไม่ถูก แต่ทีนี้ 100 ล้านใช้ไป ใช้ดีแล้ว ใช้ถูกต้องไม่เสียหาย ทำให้ประชาชนได้กำไร ถ้าไม่ได้ใช้ไปก็ไม่รู้ใครใส่กระเป๋าไปได้ แต่ว่าประชาชนไม่ได้ (พระองค์ทรงว่าพวกที่โกงกิน)

25. ตอนสุดท้าย ก็ขอให้แต่ละคนมีความสำเร็จ (ทรงนิ่งมองหน้าท้กษิณ) พอสมควร(ทรงเน้น) เศรษฐกิจพอเพียง ต้องทำให้พอเพียง......

---------------------

ลองอ่านพระราชดำรัส 4 ธันวาคม 2548 ทั้งหมดจะได้เข้าใจว่า ในหลวงทรงเตือนทักษิณอย่างไร

“ขอขอบใจ นายกรัฐมนตรี ที่ได้กล่าวอวยพร ในโอกาสที่จะถึงวันเกิด ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งก็เข้าใจว่าจะทำให้ทุกคนในที่นี้ และนอกที่นี้มีกำลังใจ ว่านายกฯ พูดดี ก็ไม่ทราบว่า ที่ชมนายกฯ ว่าพูดดี อาจจะมีคนไม่เห็นด้วย ที่มาพูดนี้ เป็นความเดือดร้อนกับตัวเอง เพราะว่าถ้าชมนายกฯ คนอื่นอาจจะไม่ชม ไม่ชมข้าพเจ้าว่าชมนายกฯ ทำไม แต่นายกฯ มีอยู่ไว้สำหรับให้ชม คือถ้ามีนายกฯ แล้วไม่ชม นายกฯ ก็ไม่ค่อยพอใจ 

แล้วก็ถ้านายกฯ ไม่พอใจ งานการจะไปได้อย่างไร ถึงต้องชมนายกฯ ชมนายกฯ ว่าพูดดี เพราะถือว่าท่านนายกฯ พูดดี เพราะท่านมาชมเรา

เป็นของธรรมดาที่ ทุกคนชอบให้เขาชม เขาไม่ชอบให้ติ ข้าพเจ้าเองก็ได้ติคนอยู่เรื่อย ๆ เขาก็ไม่พอใจกัน แม้จะไม่ติคน บางทีเขาไปประกาศในหนังสือพิมพ์ ว่าพระเจ้าอยู่หัวติคนโน้นคนนี้ แท้จริงไม่ได้เคยติใครนะ เท่าไหร่ บอกว่าเท่าไหร่ เพราะว่าอาจจะติ แต่ว่าไม่ได้พูดออกมาโจ่งแจ้งว่าติ คนเราถ้าอยู่ในที่แจ้ง ในที่ที่คนเห็นมาก ๆ ย่อมถูกติได้ง่าย เพราะว่าคนเห็นมาก ถ้าเห็นมากแล้ว ก็เราทำอะไร ไม่มีดี หรือมีดีก็มีที่ไม่ดีมาก แต่ถ้าสมมติว่ามีดีมากก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีไม่ดีบ้าง แล้วก็คนเขาก็ติ ถ้าเรารู้สึกว่าไม่ดี มีการแสดงตนว่า รู้ว่าไม่ดี นั้น ก็ทำให้เกิดความรู้สึก แล้วก็ถ้าเกิดความรู้สึก บางทีก็รู้สึกชื่นชม บางทีก็รู้สึกเคือง ถ้าผู้ที่ถูกเล็ง รู้สึกว่า ถูกติเตียน แล้วก็แสดงตัวว่าเข้าใจว่าถูกแล้วเขาติเตียนเรา แล้วเราไม่พอใจ ก็เสียหาย ทำให้ส่วนรวมทั้งหมดก็เกิดปั่นป่วน พูดแค่นี้ก็พอแล้ว ถ้าพูดมากกว่า จะทำให้เกิดเรื่องยุ่ง

แต่ว่า วันนี้ตั้งใจจะพูดอะไรที่ไม่ พาดพิงใครเลย ไม่ติเตียนใครเลย เพราะว่าการติเตียนใคร พาดพิงใครก็เกิดเคือง เกิดไม่สบายใจ แต่ที่เห็นอยู่ข้างหน้านี่ มีคนที่พูด ก็คงรู้ว่าใครพูด มีคนที่พูดว่า ข้าพเจ้าไม่ดี คือพระเจ้าอยู่หัวไม่ดี ทำอะไรผิด แต่เขาต้องแสดงออกมาว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ผิด ผิดไม่ได้ ซึ่งเป็นตามความจริงในระบอบประชาธิปไตย ในระบอบรัฐธรรมนูญที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระเจ้าอยู่หัวผิดไม่ได้ เขาพูดอย่างนั้น THE KING can do no wrong เหมือนท่าน องคมนตรีชอบพูดว่า ต้องอ้างภาษาอังกฤษ แต่ว่า เวลาบอก THE KING บอกว่า THE KING can do no wrong ก็เป็นสิ่งที่ wrong แล้ว ที่ผิดแล้ว ไม่ควรจะพูดอย่างนั้น

ความจริงเวลาอ่านตำรา กฎหมายรัฐธรรมนูญของอังกฤษ มีตำราที่คนเขาอ้างอยู่เสมอ แล้วคนที่เรียนภาษาอังกฤษ เรียนกฎหมายอังกฤษต้องอ้างอยู่เสมอ เรื่อง THE KING can do no wrong นี่ แล้วก็นักกฎหมายแถวนี้พยักหน้าว่าใช่ ความจริง THE KING can do no wrong นี่ เป็นการดูถูก THE KING อย่างมาก

เพราะว่า THE KING ทำไมจะ do no wrong ไม่ได้ do wrong ไม่ได้ เพราะว่าแสดงให้เห็นว่า เขาถือว่าเดอะคิงไม่ใช่คน แต่ว่าเดอะคิงทำ wrong ได้ แต่ข้อสำคัญที่สุด ข้าพเจ้าเป็นเดอะคิง แล้วก็เขาบอกว่า does no wrong เราก็เห็นด้วยกับเขา

เพราะว่า การทำอะไร ถ้าคนเรา ถือว่า ต้องมีสติ คือหมายความว่า รู้ว่ากำลังทำอะไร กำลังคิดอะไร แล้วก็ไม่ปล่อยให้ผิดออกมา มันก็ไม่มีผิด ผิดไม่ได้ อันนี้ก็เป็นการพูดว่า ข้าพเจ้าเองไม่ผิด ไม่มีวันผิด ถ้าสมมติว่าพูดผิด เพราะไม่รู้ ก็อย่าง แต่ว่าผิดโดยไม่รู้ โดยรู้รู้ว่าผิด การทำผิดโดยรู้รู้ ไม่ดี แต่บางทีไม่รู้เพราะว่าไม่มี ขอโทษนะ ถ้าพูด ไม่มีสติ ขาดสติ คือไม่ระวังตัว ทีหลังก็เสียใจ เมื่อก่อนนี้ ก่อนที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน ก่อนที่เป็นคิง ก็เสียใจหลายครั้ง แต่ตอนเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แล้วเป็นคิง คิงแบบไทยๆ นี่ ซึ่งฝรั่งเขาบอกว่าเป็นเดอะคิง เข้าใจว่าน้อยครั้งที่จะได้ทำผิด เพราะว่า ระวัง ถ้าไม่ระวัง ป่านนี้ก็คงตายแล้ว เพราะฉะนั้น ต้องระวัง ถ้าไม่ระวังก็ตาย นี่เป็นเรื่องของธรรมชาติ ที่เรียกว่าการเมือง หรือการที่อยู่ในสายตาของคน สายตาของคนนี่มันฆ่าได้ ถ้าเราไม่ระวัง เราตาย ก็เลยถึงบอกได้ว่า ทำไม การที่บอกว่า THE KING can do no wrong เพราะต้อง do no wrong ถ้า ทำ wrong ตาย

ทุกคน ก็มีสถานะอย่างนี้ ไม่ใช่ว่า THE KING เก่ง แต่ว่าทุกคนก็มีส่วนที่เก่ง เพราะมีตำแหน่ง รับ รับตำแหน่งที่สูง ได้รับเหรียญตรา แล้วก็คนก็ชี้คนๆ นี้ สูงมาก มียศศักดิ์ เดอะคิงเป็นยศศักดิ์สูง แต่คนที่อยู่ในที่นี้ ยศศักดิ์ทั้งนั้น ไม่ระวังตัวก็ตายเหมือนกัน ถ้าไม่ระวัง ไม่ใช่คนที่นึกว่า โอ้คนนั้น เขาจะตายแน่ เพราะว่าไม่ระวัง ทุกคนตั้งแต่แถวแรกจนถึงแถวสุดท้ายโน่น จนกระทั่งหลังแถว จนกระทั่งข้างนอก ทุกคนถ้าไม่ระวังก็มีอันตราย เพราะฉะนั้นที่พูดอย่างนี้ก็แปลกๆ หน่อย นี่ก็หาว่าแช่ง ที่จริงไม่แช่ง แต่สงสาร เพราะว่าถ้าไม่ระวัง เมืองไทยตาย ฉะนั้นก็ ถึงต้องขอร้องอย่างเดียวว่า มาวันนี้ให้ระวังๆ ให้ระมัดระวังที่คิด ที่พูด ที่ทำ ถ้านึกว่าทำถูกต้องแล้วทำ

เรื่องที่มี แล้วเขาก็บอกในหนังสือพิมพ์ ในวิทยุในโทรทัศน์ บอกว่า ที่ เดอะคิงทำอะไร ก็ไม่วิจารณ์ แล้วก็บอกอย่าวิจารณ์ ที่จริงอยาก อยากให้วิจารณ์ เพราะว่าเราทำอะไร ก็ต้องรู้ว่าเขาเห็นดีหรือไม่ดี ถ้าไม่พูด ก็หาว่าทำดีแล้ว แต่แท้จริงที่พูดที่ออกข่าว ให้สัมภาษณ์ บอกว่าอย่าไปวิจารณ์ THE KING ตอนนี้ ต้องบอกว่าอย่าไปวิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว เพราะว่าไม่ควร ในรัฐธรรมนูญก็มีอยู่ว่า ละเมิดมิได้ นักกฎหมายก็พยักหน้าอีกแล้ว ว่า ถูกต้อง ว่า ไม่ควรจะวิจารณ์ วิจารณ์ไม่ได้ ละเมิดไม่ได้ แต่ว่าถ้าพูดว่าพระเจ้าอยู่หัวทำถูก พูดถูก ไม่ใช่ละเมิด เป็นการ ถ้าพูดภาษาอังกฤษก็ว่า approve พระเจ้าอยู่หัวเห็นชอบด้วย แต่ไม่เคยมีใครมาบอก เห็นชอบว่า พระเจ้าอยู่หัว พระเจ้าอยู่หัวพูดดี พูดถูก

แต่ว่าความจริง ก็จะต้องวิจารณ์บ้างเหมือนกัน แล้วก็ไม่กลัวถ้าใครจะวิจารณ์ ว่าทำไม่ดีตรงนั้น ๆ จะได้รู้ เพราะว่าถ้าบอกว่าพระเจ้าอยู่หัว ไปวิจารณ์ท่านไม่ได้ ก็หมายความว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่เป็นคน ไม่วิจารณ์ เราก็กลัวเหมือนกัน ถ้าบอกไม่วิจารณ์แปลว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ดี รู้ได้อย่างไร ถ้าเขาบอกว่า ไม่ให้วิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว ไม่วิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว เพราะพระเจ้าอยู่หัวดีมาก ไม่ใช่อย่างนั้น บางคนอยู่ในหัวสมองว่า พระเจ้าอยู่หัวพูดชอบกล พูดประหลาด ๆ ถ้า ขอเปิดเผยว่า วิจารณ์ตัวเองได้ ว่าบางทีก็อาจจะผิด แต่ให้รู้ว่าผิด ถ้าเขาบอกว่าวิจารณ์พระเจ้าอยู่หัวว่าผิด งั้นขอทราบว่าผิดตรงไหน ถ้าไม่ทราบ เดือดร้อน

ฉะนั้นก็ ที่ บอกว่า การวิจารณ์ เรียกว่าละเมิด พระมหากษัตริย์ ละเมิด ให้ละเมิดได้ แต่ถ้าเขาละเมิดผิด เขาก็ถูก ถูกประชาชน บอมบ์ คือเป็นเรื่องของขอให้รู้ว่าเขาวิจารณ์อย่างไร ถ้าเขาวิจารณ์ถูก ก็ไม่ว่า แต่ถ้าเขาวิจารณ์ผิดไม่ดี แต่เมื่อบอก ไม่ให้วิจารณ์ ไม่ให้ละเมิด ละเมิดไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญว่าอย่างนั้น ก็ลงท้ายก็เลย พระมหากษัตริย์ก็เลยลำบาก แย่ อยู่ในฐานะลำบาก เพราะแสดงให้เห็นว่าถ้าไม่ให้วิจารณ์ ก็หมายความว่า พระเจ้าอยู่หัวนี่ก็ต้องวิจารณ์ ต้องละเมิด แล้วไม่ให้ละเมิด พระเจ้าอยู่หัวเสีย พระเจ้าอยู่หัวเป็นคนไม่ดี ซึ่งถ้าคนไทยด้วยกัน ก็หนึ่งไม่กล้า สองไม่เอ็นดูพระเจ้าอยู่หัว ไม่อยากละเมิด แต่มีฝ่ายชาวต่างประเทศ มีบ่อย ๆ ละเมิด พระเจ้าอยู่หัว ละเมิด THE KING แล้วเขาก็หัวเราะเยาะว่า THE KING ของไทยแลนด์ THE KING ของยู พวกคนไทยทั้งหลายนี่ เป็นคนแย่ ละเมิดไม่ได้ ในที่สุดถ้าละเมิดไม่ได้ ก็เป็นคนเสีย เป็นคนที่เสีย

ฉะนั้นก็ บางโอกาสก็ขอให้ละเมิด จะได้รู้กัน ว่าใครดีใครไม่ดี นี่พูดเลยเถิด พูดมากไป แต่ว่าคนที่อยู่ข้างหน้านี่ ไม่ต้องกลัว เพราะว่าไม่ได้มีความผิด คนที่นึกว่า มีความผิดพยักหน้า พยักหน้าว่ามีความผิดจริง ๆ ความจริงเขาไม่มีความผิด คนที่มาก่อนน่ะมีความผิด แล้วกลัวที่ คนที่พยักหน้าเนี่ยไม่ได้แก้ไข ที่ผิดตรงนี้ ไม่ได้แก้ไข หลบความรับผิดชอบ มันเป็นอย่างนั้น

คือในเมืองไทยนี่ คนไหนที่ทำอะไรไม่ค่อยเข้าร่องเข้ารอยก็ลาออก ลาออกแล้วไม่มีอะไรผิดเลย แม้จะทำอะไรผิดอย่างมากๆ ถ้าเป็นข้าราชการก็เรียกเข้ากระทรวง เข้ากรุงเทพฯ แล้วก็หมดเรื่อง นานๆ ที มีเข้าคุก นี่พูดอย่างนี้ชักจะหนัก ใช้คำว่าเรียกเข้ากรุงเทพฯ หรือเข้าคุก แต่มีที่เกิด เกิดเรื่องเข้าคุก

แต่อย่างไรก็ตาม เข้าคุกแล้ว ถ้าเป็นการละเมิด ละเมิดพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เองเดือดร้อน เดือดร้อนหลายทาง ทางหนึ่งต่างประเทศเขาบอกว่าเมืองไทยนี่ พูดวิจารณ์พระมหากษัตริย์ไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้ก็เข้าคุก มีที่เข้าคุก เดือดร้อนพระมหากษัตริย์ ต้องบอกว่า เข้าคุกแล้ว ต้องให้อภัย ทั้งที่เขาด่าเราอย่างหนัก ๆ ฝรั่งเขาบอกว่าในเมืองไทยนี่ พระมหากษัตริย์ถูกด่า ต้องเข้าคุก ที่จริงควรจะเข้าคุก แต่ว่าเพราะฝรั่งบอกอย่างนั้นก็ไม่ให้เข้า ไม่มีใครกล้าเอาคนที่ด่าพระมหากษัตริย์เข้าคุก เพราะพระมหากษัตริย์เดือดร้อน เขาหาว่าพระมหากษัตริย์เป็นคนที่ไม่ดี อย่างน้อย ๆ ที่สุด ก็เป็นคนที่จั๊กจี้ จั๊กจี้ใครมาว่าอะไรซักนิด ก็ บอกให้เข้าคุก ที่จริงพระมหากษัตริย์ไม่เคยบอกให้เข้าคุก ตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อน ๆ เป็นกบฏก็ยังไม่จับใส่คุก ไม่ลงโทษ รัชกาลที่ 6 ท่านไม่ลงโทษ ไม่ได้ลงโทษผู้ที่เป็นกบฏ มาจนกระทั่งถึง ต่อมา รัชกาลที่ 9 นี่ ใครเป็นกบฏ ซึ่งก็ไม่เคยมีแท้ ๆ ที่จริงก็ ทำแบบเดียว ไม่ให้เข้าคุก ให้ปล่อย หรือถ้าเข้าคุกแล้วก็ ให้ปล่อย ถ้าไม่เข้าคุกก็ไม่ฟ้อง เพราะว่าเดือดร้อนผู้ที่ถูกด่า เป็นคนที่เดือดร้อน อย่างที่คนที่ละเมิดพระมหากษัตริย์ นั่นแล้วก็ถูกทำโทษ ไม่ใช่คนนั้นเดือดร้อน พระมหากษัตริย์เดือดร้อน นี่ก็แปลก

คราวนี้ นักกฎหมายก็ชอบ ให้ฟ้อง ให้จับเข้าคุก อันนี้นักกฎหมายก็สอน สอนนายกฯ บอกว่าต้องฟ้อง ต้องลงโทษ ก็ นี่ขอสอนนายกฯ ว่าใครบอกว่าให้ลงโทษ อย่าลงโทษเขา ลงโทษไม่ดี ลงท้ายไม่ใช่นายกฯ เดือดร้อน แต่พระมหากษัตริย์เดือดร้อน อาจจะอยากให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อนไม่รู้นะ เขาทำผิด เขาด่าพระมหากษัตริย์ เพื่อที่จะให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อน แล้วเดือดร้อนจริงๆ เพราะใครมาด่าเรา ชอบไหม ไม่ชอบ แต่ว่าถ้านายกฯ เกิดให้ลงโทษ แย่เลย แล้วนักกฎหมายต่างๆ ก็จะให้ลงโทษคนที่ด่าพระมหากษัตริย์

ทำไป ทำมา เลย เลยต้อง เอาวะ เขาด่านายกฯ ถ้าด่านายกฯ นายกฯ เดือดร้อนไหม ไม่ควรจะเดือดร้อน แต่ถ้าด่านายกฯ พระมหากษัตริย์ก็ไม่เดือดร้อน เพราะว่าเป็นเรื่องของนายกฯ ถ้าเขาด่าพระมหากษัตริย์ นายกฯ เดือดร้อน เพราะว่า ต้องเป็นคนจัดการ

เรื่องมันยุ่งอย่างนี้ กฎหมาย ก็สอนนายกฯ มาอย่างนั้นนะ สอนนายกฯ ว่า ใคร ใครมาด่าเรา เราต้องด่าตอบ มันไม่ดี นี่พูดชักจะไม่ดี เพราะว่า ชักจะเป็นส่วนตัว แต่ว่าเราเองก็ไม่ ไม่ขอ บอกว่า ควรจะทำอะไร ควรรู้ นักกฎหมายก็ต้องรู้ว่า ทำอะไรถูก อะไรผิดผิด ไม่ต้องพูดทุกวัน ๆ ๆ ที่จริงเขาไม่ได้พูดทุกวัน แต่ก็ทำเทปเอาไว้ หรือทำดีวีดี แล้วก็แจกทั่ว ลงท้ายคนดูฟังก็ เขาเอือมกันนะ ที่ไปแก้ตัวแทนนายกฯ วันนี้เราขึ้นมานี่ เราแก้ตัวแทนนายกฯ เพราะว่านายกฯ ไม่ผิด นายกฯ ทำได้ทุกอย่าง ก็เลยไม่ต้อง ไม่ต้องไปออกทีวีแล้ว ไปออกทีวีทุกวัน ๆ  มีคนเขาบอกว่าเขาเอือมที่ออก แต่ว่ามีหน้าที่ที่ออกก็ออก มีคนที่เขาเดือดร้อน ที่อยู่ในรายการ เพราะเขาต้องเป็นคนที่ต้องพูด แล้วก็คนที่พูดนั่นก็เลยถูกลูกหลงไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การแก้ตัวครั้งเดียวเอา ได้ แต่แก้ตัว นี่แก้ตัวมาเท่าไหร่ 10 ครั้งแล้วนะ ที่ออก ออกทีวี เลยชักจะเอือม คนอยากดูละคร เขาอยากดู มาดูอย่างนี้ พอแล้ว เสียไฟฟ้า ไม่ใช่เสียไฟฟ้าของคนที่ดู เสียไฟฟ้าของคนที่ส่ง เพราะว่าทีวีออกทีก็ไฟฟ้าแรง เสียน้ำมัน นี่ก็เลยนึกว่า ควรจะพูดพอแล้ว ที่พูดก็เสียไฟฟ้ามาก ก็ควรจะบอกว่า เลิกซะที ไม่ต้องพูดมาก แต่เราก็พูดต่อ เพราะว่าเป็นรายการที่อัดเสียงเอาไว้ ใส่เทปเอาไว้ ไม่ได้ออก ไม่ได้ออกโทรทัศน์ ไม่ต้องเสียไฟฟ้าสำหรับโทรทัศน์

นี่มาพูดถึงไฟฟ้าและพลังงาน ไฟฟ้าและพลังงานนี่ การไฟฟ้าต้องใช้พลังงาน เพราะว่า สำหรับปั่นไฟฟ้าต้องใช้พลังงานเพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้า อันนี้ก็ ทำมานานแล้ว เวลาขาดแคลนเชื้อเพลิง ก็บอกว่าให้ปิดโทรทัศน์ ให้ปิดโทรทัศน์ ให้ปิดไฟ แล้วบอกว่าได้ผลดี ความจริง เปิดโทรทัศน์นี่ไม่เป็นไร ถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดแล้ว ก็ยังใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นได้ มี แต่ต้องขยัน ต้องหาวิธีที่จะทำให้เชื้อเพลิงเกิดขึ้นมาใหม่

เชื้อเพลิงที่เรียกว่า น้ำมันนั้น มันจะหมด ภายในไม่กี่ปี หรือไม่กี่ 10 ปี ก็หมด ถ้าว่าไป อีก 40 ปีหมด เราก็จะอายุ 118 118 นี่เรายังมีชีวิตอยู่อีก 2 ปี 2 ปีนั้น เราก็จะใช้ก๊าซโซฮอล์ หรือไม่ใช้ก๊าซโซฮอล์ ก๊าซโซฮอล์นี่ก็ไม่มี เพราะก๊าซโซฮอล์ ใส่แอลกอฮอล์เพียง 10% อย่างมาก ต้องใช้น้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์มเขาก็ใส่เพียง 10% ในระหว่างที่จะถึงอายุ 118 หาวิธีได้แล้วที่จะทำ ที่จริงเมื่อ 2 ปีก็ทำ ทำไบโอดีเซล โดยใช้น้ำมันปาล์ม 100% ไม่ใช่เพียงน้ำมันปาล์ม 10% นายกฯ ก็ได้เห็น รถแล่นมา น้ำมันปาล์ม 100% เรายืนอยู่ที่รถคันหนึ่งแล้วก็ เสร็จแล้วก็มีรถอีกคันหนึ่งถอยหลังมา ได้ยินเสียงบึม ๆ ๆ มา นั่นอะไร รถดีเซล รถใช้น้ำมันดีเซล 100% 100% น้ำมันปาล์ม แล้วก็นายกฯ ก็บอกว่า หอมดี เราก็ถามว่าหอมดีแล้วไม่เดือดร้อน เพราะว่านายกฯ ไม่ต้องกลัวเป็นแกนเซอร์ เป็นมะเร็ง เพราะว่าไอ้นี่นี่ไม่เป็นมะเร็ง เราทำแล้ว ก็หมายความว่าเราไม่เดือดร้อน

ถึงเวลาเราอายุ 118 ถ้าอย่างไร เราก็ใช้น้ำมันปาล์มของเราเอง คนอื่นอาจจะไม่ได้ คนอื่นยังไม่ อาจจะไม่มี แต่ว่าเรามี เพราะเราขวนขวาย ขวนขวายหาวิธีที่จะทำเชื้อเพลิงทดแทนได้ ถ้าไม่ได้ทำเชื้อเพลิงทดแทน เราก็เดือดร้อน แล้วก็เป็นห่วง แต่เราไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าคนอื่นเขาไม่ทำ เขาอาจจะไม่มีน้ำมันไบโอดีเซลใช้ แต่ว่าเรามี เรา คือข้าพเจ้า ทำเอง คนอื่นอาจจะไม่มีก็ ไม่เป็นไร ก็เห็นแก่ตัว คือ แต่ละคนถ้าเห็นแก่ตัว ก็รู้ว่าไม่เป็นไร เพราะแต่ละคนก็ต้องพยายามที่จะหาพลังงานทดแทนทั้งนั้น เราเชื่อว่า เวลาเราอายุ 118 นายกฯ ก็บอกว่าแก่แล้ว แต่เราไม่แก่ เพราะว่าเราคิดทำพลังงานทดแทนอยู่เรื่อย แต่นายกฯ บอกแก่ จะถึงอายุเท่าไหร่ 90 จะอายุ 94 96 นายกฯ จะอายุ 96 อ้าว 94 ก็ไม่รู้ล่ะ 94 อาจจะแข็งแรงก็ได้ คงแข็งแรงคึกครื้น

อาจจะมีความคิดที่จะสร้างโรงงานก๊าซโซฮอล์ และไบโอดีเซลสำเร็จแล้ว ก็นายกฯ ก็ไม่เดือดร้อน เอาไบโอดีเซลใส่เครื่องบินได้ คือ เครื่องบิน เขาใช้ไบโอดีเซลได้แล้ว สมัยนี้ แต่ลำไม่ใช่โตๆ แต่เวลานั้นอาจจะทำใส่ลำโตๆ สำหรับนายกฯ ได้ อาจจะสามารถที่จะมี แต่ว่าเฉพาะนายกฯ คนอื่นไม่สามารถที่จะมี ก็สองคนล่ะ

พระเจ้าอยู่หัวกับนายกฯ มีเครื่องบินใช้ แบบใช้ไบโอดีเซล ท่านองคมนตรีสั่นหัว ท่านองคมนตรีสั่นหัวว่าไม่มี ว่าท่าน เวลานั้นท่านอายุเท่าไหร่ 130 ก็คงไม่อยู่แล้ว เราก็อยู่สองคน สงสัยเราอยู่สองคน มีไบโอดีเซลใช้ แล้วจะไปไหน จะไปเชียงใหม่หรือ ขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ แล้วไปเชียงใหม่ ไปเชียงใหม่ไปดูสวนสัตว์ ก็สวนสัตว์ ก็อยู่สบาย เพราะว่าเขาไม่ต้องใช้ไบโอดีเซล ก็เป็นอันว่าไม่ต้องกลัว เราไม่เดือดร้อน เพราะว่าอีก 40 ปี อีก 40 ปีมีไบโอดีเซลพอสำหรับเราใช้สองคน ก็อย่างไรก็ตาม

นี่ชักเฟื่อง พูดว่า เราอีก 40 ปี เราจะมีสองคนที่มีพลังงานน้ำมันใช้ได้ แล้วดูทีวีได้ ดูทีวีก็อาจจะโฆษณาอะไรในทีวี ประกาศ ชี้แจง นายกฯ ก็ชี้แจงได้ เพราะว่าเปิดทีวีให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาปั่นไฟฟ้า แต่ป่านนั้น ทีวีก็อาจจะมีอะไรใหม่ แล้วก็อาจจะมีข่าวต่างๆ ฉะนั้นก็ ไม่ต้องเป็นห่วง นี้ก็ต้องดูเป็นบุคคลๆ การที่จะบอกว่า เป็นห่วง ถ้าเป็นห่วงทั้งบ้านเมือง ก็เป็นห่วง แต่ว่าถ้าเราคิดจริงๆ ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะแต่ละคนเขาก็ต้องมีการขวนขวายเหมือนกัน เป็นอันว่าถ้าแต่ละคนขวนขวายของตัว อีก 40 ปี ไม่มีความเดือดร้อน โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยนี่ มีคนที่มีความคิดดีๆ ก็คนหนึ่งข้าพเจ้าคนหนึ่งมีความคิดดีๆ แล้วก็นายกฯ อีกคนหนึ่งมีความคิดดีๆ ไม่จนมุม ฉะนั้นก็สองคน เดือดร้อน ไม่เดือดร้อน คนอื่นเขาก็ต้องไม่เดือดร้อน ของเขาก็ต้อง หาทางออกได้ เพราะว่าถ้าเดือดร้อน ก็ต้องไปดูโครงการพระราชดำริ

โครงการพระราชดำรินี่ เปิดเผยให้ทุกคน ได้ทั้งนั้น แล้วก็ ถ้าปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ หมายความว่าทำอย่างเศรษฐกิจพอเพียง นี่ก็ตอนนี้ นายกฯ ก็ เศรษฐกิจพอเพียง ไม่จ่ายเงิน ไม่จ่ายเงินแล้ว ใช้แต่เศรษฐกิจพอเพียง เพราะว่ามีการโฆษณา คู่สมรสของคณะรัฐมนตรีก็ชำนิชำนาญในเศรษฐกิจพอเพียง เก่งมาก นี่ก็อีกคน ที่ทำได้ ก็เลยไม่ต้องห่วง ไม่ทราบว่าคู่สมรสขององคมนตรีจะทำเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่า สงสัยว่าไม่ ไม่ทำ แต่ยังไงก็ตาม อย่างนี้ก็เปิดให้ ความกว้างขวางของเศรษฐกิจจะดีขึ้น

ท่านรองนายกฯ ทั้งหลายก็อาจจะไม่ทำ เพราะว่าเคยชินกับเศรษฐกิจที่ต้องใช้เงินมาก ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง ไม่พอเพียง ถ้าอย่างนั้นก็ นายกฯ อาจจะไป นายกฯ และคุณหญิงอาจจะให้เพื่อนนายกฯรองนายกฯ ต่างๆ ทำเศรษฐกิจพอเพียงสักนิดหน่อย ก็จะทำให้อีก 40 ปีประเทศชาติไปได้

แต่นี่ ก็มีแต่นายกฯ รองนายกฯ จัดการ รวมทั้งคู่สมรส ทำเศรษฐกิจพอเพียง ก็เชื่อว่าประเทศจะมีความประหยัดได้เยอะเหมือนกัน คือถ้าไม่ประหยัด ประเทศไปไม่ได้ คนอื่นไม่ประหยัด สำหรับคณะรัฐมนตรีประหยัด คณะรองนายกรัฐมนตรีประหยัด จะทำให้ไปได้ดีขึ้นเยอะ นี่มามองถึงสภาฯ เป็นยังไง ก็สภาฯ ด้วยเหมือนกัน ถ้าอยากทำ ก็สภาฯ เป็นอาจารย์ของนายกฯ ก็ นายกฯ สอนครูหน่อย สอนอาจารย์หน่อยว่าเศรษฐกิจพอเพียงทำยังไง สอนครูคนเดียวก็พอแล้ว เพราะว่าครูเขาก็ไปสอนคนอื่น

ต่อไปนั่นดูฝ่ายค้านล่ะ ฝ่ายค้านไม่ต้องสอน เพราะว่าเขาพอเพียงอยู่แล้ว ฝ่ายค้านเนี่ย หัวหน้าฝ่ายค้าน ก็ไม่ทราบว่าพอเพียงหรือเปล่า แต่อย่างน้อยอดีตหัวหน้าพรรคก็พอเพียง พอเพียงอย่างมาก ๆ เขาทำอะไรที่ ทำให้ประเทศชาติใช้เงินนิดเดียว ไม่พอ เขาถึงต้องออก เลยไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะพอเพียงหรือไม่ แต่อย่างน้อย อดีตหัวหน้าพรรคก็พอเพียงมาก จนกระทั่งต้องออกจากหัวหน้าพรรค

นอกจากนั้นก็ ถ้าทุกคนเลื่อมใส ว่าจะต้องพอเพียงก็ปฏิบัติเถิด เพราะว่าถ้าปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียง มันใช้ได้จริงๆ ไปได้จริงๆ แต่ว่าอาจจะไม่ค่อยสบาย ทุกอย่างที่นายกฯ พูด ก็มาพูด ไม่ได้แต่งเอา นายกฯ พูด บอกว่าที่พระเจ้าอยู่หัวฯ พูดอะไรทำอะไร ถูกต้อง ชื่นชมว่าพระเจ้าอยู่หัวฯ นี่ ทำให้ประเทศชาติอยู่ได้ เช่นเดียวกับแก้มลิง แก้มลิงเนี่ย เมื่อครั้งก่อนนี้ เมื่อพูดถึงแก้มลิงคนก็หัวเราะ เดี๋ยวนี้ไม่หัวเราะแล้ว เพราะว่าลิงต้องมีแก้ม ถ้าลิงไม่มีแก้มเขาอยู่ไม่ได้ คนเราก็ต้องมีแก้ม เป็นแก้มคน แต่ว่าแก้มคนก็เป็นแก้มลิงได้ คือหมายความว่าต้องระวังรักษา อะไรที่กล้วยเข้าไปก็เก็บไว้ได้ เป็นการประหยัด จะพูดอะไรเก็บไว้ในแก้ม เก็บในแก้มก็ได้ ก็ประหยัด คือแก้มลิงก็เป็นการประหยัด แล้วก็โครงการอะไรอื่นๆ ที่พูด อย่างฝายแม้ว ฝายนายกฯ ฝายนายกฯ นายกฯ ไปดูฝายแม้ว

คราวนี้ฝายเรานี่ เราทำ ก็ฝายแม้วเดี๋ยวนี้ซาบซึ้งรึเปล่าว่า มีประโยชน์อะไร คือมีประโยชน์ทำให้ ไม่มีน้ำท่วม หรือไม่มีน้ำแล้ง ตอนนี้น้ำท่วมเชียงใหม่ นายกฯ เดือดร้อนมาก โกรธมาก ทำไมมีฝายแม้วแล้วทำไมน้ำยังท่วม ก็เพราะว่าฝายแม้วทำไม่ถูกต้อง ทำไม่ดี แล้วก็ปล่อยน้ำลงมาผิดทาง ความจริงที่ไปดูที่กุยบุรี นั่นน่ะ ก็ไปขยายเขื่อนที่กุยบุรี ที่ยางชุม นั่นน่ะเคราะห์ดีไปทำ โครงการพระราชดำริอันนี้ ถ้าไม่ได้ทำ ถ้าทำตามชลประทานทำ ป่านนี้ก็ไม่เสร็จ ถ้าไม่เสร็จ น้ำท่วมแล้ว ปีนี้ที่ไม่ท่วมกุยบุรี และประจวบคีรีขันธ์ก็ท่วมบ้าง แต่ว่าไม่ขึ้นมาถึงหัวหิน เพราะว่าเขื่อนกุยบุรี แล้วเขื่อนกุยบุรีทำไมได้ขยายได้ ขยายเก็บน้ำได้ 9 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะว่า บอกว่าเดี๋ยวนี้เรามีเขื่อนกั้น เรามีโครงการพระราชดำริ เราบอกว่าทำเลย อธิบดีชลประทาน ทำยังไง ต้องของบประมาณ งบประมาณไม่มี ก็มีโครงการพระราชดำริ ก็เลยทำทันที แทนที่จะใช้เวลา 3 ปี ก็ใช้เวลาเพียง 2 ปี ทำงานได้

ที่เราไปดูนั่นน่ะ ทำงานได้จริงๆ เพราะว่าถ้าไม่มีน้ำ 9 ล้านลูกบาศก์เมตรมันเต็มแล้ว แต่ว่าน้ำมันก็ล้นมาปกติ ตามจำนวนที่ปกติ เลยทำให้น้ำไม่ท่วม ถ้า 9 ล้านลูกบาศก์เมตรฝนมันลงฟูๆ มีหวังท่วม ท่วมทั้งด้านบน ทั้งด้านล่าง และท่วมแล้ว น้ำมันก็ทำลาย ฉะนั้นถ้าเราทำโครงการที่ใช้งานได้เร็ว ๆ ประหยัดการท่วมของพื้นดิน และถ้าว่าไปประหยัดทรัพย์ ความจริงที่ใช้เงิน ตอนนั้น ใช้เงิน 100 ล้านกว่าๆ เดี๋ยวนี้ก็กลับคืนมาแล้ว ถ้าไม่ได้ทำ น้ำที่มาท่วมก็ทำลาย 100 ล้าน 100 ล้าน สำหรับคนที่พยักหน้านี่นะ เขาไม่ 100 ล้านไม่ใช่อะไร ต้อง 1,000 ล้าน หมื่นล้าน แสนล้าน แต่ 100 ล้านนี่ ชาวบ้านเขารู้สึก ก็หมายความว่า 100 ล้านที่เอาจาก จากโครงการพระราชดำริ กลับคืนมาแล้ว กลับมาที่ไหน ก็ที่ประชาชน ประชาชนเขาได้ คือถ้าไม่ได้ใช้เงินนี้ ปีหน้าจะต้องใช้ 200 ล้าน เพราะว่าถ้าไม่ใช้เงินทันที เงินน่ะมีอยู่ คนก็บอก บางทีก็บอกไม่มีเงิน แต่เงินนะมีอยู่ เพราะว่าในงบประมาณ มี ถ้าไม่มีห็หมายความว่างบประมาณทำไม่ถูก แต่อันนี้ 100 ล้านใช้ไป ใช้ดีแล้ว ใช้ถูกต้องไม่เสียหาย ทำให้ประชาชนได้กำไร ถ้าไม่ได้ใช้ไป ก็ไม่รู้ใครใส่กระเป๋าไปได้ แต่ว่าประชาชนไม่ได้

ฉะนั้นก็ ที่ได้ทำโครงการประหยัดไป 1 ปี ที่ไปดูเห็นประจักษ์ ว่า น้ำมันไหลออกมาจากเขื่อน คือไม่ใช่พูดหลอก น้ำจริงๆ มันลงมาเต็มเขื่อน แทนที่จะเป็น 38 ล้านลูกบาศก์เมตร มันเป็น 40 กว่าล้าน ที่ลงมาทำให้น้ำลงมาเก็บ และล้นมาได้ แล้วน้ำนี่ได้ใช้ เวลาแล่นรถไป ข้างล่างก็เห็น ก็ทำนาได้ นานี่มีประโยชน์ เพราะว่าข้าวก็ไม่เสีย ข้าวได้ใช้แล้วก็ ถ้าจะเอาข้าวนี่ไปส่งนอก เราก็ได้เงิน หรือได้ของไปแลกเปลี่ยนได้ ฉะนั้นโครงการ 100 ล้านนี้ ทำดีแล้วก็ ช่างชลประทาน เขาก็มีความรู้พอที่จะทำ ไอ้นี่ไม่ต้องอาศัยช่างจากต่างประเทศ ช่างในเมืองไทยนี้เอง แล้วก็ใช้เครื่องมือในเมืองไทยนี้ได้ ก็เลยรู้สึกว่าปีนี้ที่ได้เห็น การขยายโครงการกุยบุรีนี้ ก็ได้ผลจริงๆ ได้ไปดูก็ดีใจ พอใจ

ฉะนั้นก็ นี่ต้องเล่าให้ฟังว่า ที่ได้ไปดูโครงการชลประทานที่กุยบุรี ที่หมู่บ้านยางชุม เป็นโครงการที่ใช้งานได้ แล้วไม่ใช่ที่ยางชุมเท่านั้นเอง ที่ข้างๆ ก็มีการสร้าง เขื่อนที่จะกักน้ำ ได้ผลดี ยังต้องทำอีกมาก แต่เวลามาพูดกับสมาคมนี้ก็ พูดถึงชลประทาน ก็ได้ผลดี แต่ค่อยๆ ทำ เพราะว่าไม่ใช่ว่าไม่มีเงินเท่านั้นเอง เงินมี ไม่พอ แต่ว่าที่ที่จะทำ มันไม่มี แล้วก็ทำต้องศึกษาให้ดี ไม่ใช่ว่า โอ๊ะ พระเจ้าอยู่หัวฯ บอกให้ทำ นั้น ๆ ๆ นะ เสร็จแล้วไม่มีหลักวิชาที่ดี ก็อาจจะเสียก็ได้ แต่ว่าการที่จะทำ ต้องพยายามหาที่ที่จะทำ แล้วก็ใช้ความรู้ที่ถูกต้อง โครงการอย่างอื่นมีที่จะต้องทำ ไม่ใช่เฉพาะชลประทาน แต่ว่า โดยที่เราเป็นผู้เรียกว่า เขาเรียกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญชลประทาน ก็กล้า กล้าที่จะบอกว่าควรที่จะทำ

นี่ก็ รู้สึก ใครๆ ก็ง่วงแล้ว เดี๋ยวนี้ชักมืดเร็ว ก็ถ้าง่วง ง่วงเดี๋ยวไปนอนได้ ก็รู้สึกว่า สมควรแก่เวลา ก็ขอขอบใจที่ท่านมาให้พร แล้วก็ให้พรนี่ดี เพราะว่าถ้าไม่ให้พร ก็ไม่รู้ว่าเราทำอะไร ไม่รู้ว่าทำอะไร แล้วก็ถ้ามาให้พร เราก็มีกำลังใจที่จะทำ ทำงานอะไรต่างๆ แล้วก็ต้องให้พรกับทุกฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ก็ให้กำลังใจ ทำอะไรก็ทำ ทำได้ดี แต่วันนี้ไม่พูดว่าให้ทำอะไร เพราะว่า ทะเลาะกันไม่เอา ไม่ให้ทะเลาะ ให้ทำอะไรที่ดูจะดี แล้วคิดให้อย่าเกิน อย่าเลยเถิด แต่ว่า ถ้าแต่ละคนทำงานให้เหมาะสมบ้านเมืองจะไปได้ ถึงว่าจะต้องให้พรให้บ้านเมืองไปได้ ให้แต่ละคนไปได้ ไม่ใช่ให้มีการหัวชนฝา จะทำอะไร ก็ขอให้แต่ละคนมีความสำเร็จพอสมควร เศรษฐกิจพอเพียง คือทำให้พอเพียง ถ้าไม่พอเพียง ไปไม่ได้ แต่ถ้าทำพอเพียง สามารถที่จะนำพาประเทศให้ดี ไปได้ดี ก็ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ ในความสำเร็จพอเพียง และเพื่อให้บ้านเมืองบรรลุความสำเร็จที่แท้จริง ก็ไม่รู้ล่ะ คนที่รับพรก็รับไป คนที่ไม่รับพร ก็คิดในใจ ขอบใจที่ท่านทั้งหลายมาให้พร เรารับพรของท่าน.”



วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

โชว์โง่OTOP รักยิ่งลักษณ์ต้องโง่เหมือนยิ่งลักษณ์







ถ้าเรื่องตอแหล ยิ่งลักษณ์ไม่แพ้ใครในโลกา

ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ปากปราศัยน้ำใจเชือดคอ ใจดำอำมหิต สำหรับยิ่งลักษณ์ เธอคือระดับสุดยอด

ยิ่งลักษณ์ปล่อยให้เสื้อแดงพูดจาถ่อย สถุน ประกาศใช้ความรุนแรงได้อย่างสบาย แต่อีกหน้า ก็ทำเป็นตีหน้าเศร้าประณามการก่อการร้าย

ผมว่า ผู้หญิงที่ชื่อยิ่งลักษณ์ เธอมีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านทะลุจอทีวีออกมาเลยนะ ผมสัมผัสได้

วันก่อน ยิ่งลักษณ์ไปโชว์นั่งยอง ๆ ไหว้ศพตำรวจ ที่ระยอง ก็ว่าน่าจะทิ้งเรื่องโง่ ๆ ไปได้สักพัก แต่ที่ไหนได้

วันต่อมาก็ยังมีเรื่องให้โชว์โง่ได้อีก เพราะเพจยิ่งลักษณ์โพสรูปพวกกรรมการกองทุนพัฒนาสตรีแต่ละจังหวัด ขอถ่ายรูปในงานโอทอป จะเพราะว่าป้ายเลียหรือป้ายแอบแช่งยิ่งลักษณ์ ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ

จากข่าว astv ลงว่า

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ในโลกออนไลน์ได้โพสต์ภาพจับผิดป้ายเชียร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ที่ไปร่วมงานติดตามตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและกิจกรรม OTOP ณ ศูนย์ OTOP คอมเพล็กซ์ พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี 

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (24 ก.พ.) โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์ภาพดังกล่าวนี้ไว้ในเฟซบุ๊กของตนเอง Yingluck Shinawatra เป็นภาพที่ร่วมถ่ายภาพกับบรรดาผู้มาร่วมงานซึ่งด้านหลังแขวนแผ่นป้ายรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ และตัวหนังสือให้กำลังใจเป็นภาษาอังกฤษซึ่งควรจะเป็นคำว่า “Fight” ที่แปลว่าสู้ สู้ ต่อไป แต่กลับเขียนเป็น ว่า“Flighting” ซึ่งผิดหลักภาษา 

เพราะคำว่า Flight เป็นคำนาม ไม่ต้องเติม ing และแปลว่า "เที่ยวบิน" หรือ"การบิน" ซึ่งทำให้มีความหมายตรงกันข้ามกับสู้ คือให้หลบหนี


คลิกที่รูปเพื่อขยาย


และเมื่อผมตรวจเช็คที่เพจยิ่งลักษณ์ ก็ปรากฏว่า เพจยิ่งลักษณ์ได้ลบรูปนี้ออกไปแล้ว คงเพราะตอนอัพรูปไม่ตรวจสอบความถูกต้องเสียก่อน จนมีคนแชร์ต่อ ๆ และจนเป็นข่าว ก็เพิ่งจะรู้ตัวว่า รูปนี้เหมือนแช่งยิ่งลักษณ์เอง

ส่วนคำลงท้ายที่ว่า I love You my President ก็อาจมองได้ 2 แง่คือ ฉันรักประธานาธิบดีของฉัน แต่นั่นก็คงใส่ความมากไป

ซึ่งความจริงป้ายน่าจะหมายถึง ฉันรักประธานกองทุนพัฒนาสตรีมากกว่า เพราะนายกรัฐมนตรีมีตำแหน่งเป็นประธานกองทุนพัฒนาสตรีโดยตำแหน่ง

แต่กรณี Flighting ผมเชื่อว่า นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่เป็นความโง่ของคนรักยิ่งลักษณ์นั่นแหละ

-----------------------

งาน Happy Bird Day ของเสื้อแดงจัดให้ทักษิณ

นี่ก็เขียนคำว่า Birth เป็น Bird มิน่าล่ะ ทักษิณมันเลยเป็นเหมือนนกที่ต้องบินเร่รอนหาแผ่นดินอยู่ไปเรื่อย



เมื่อไหร่พวกเสื้อแดงมันกลายเป็นเสียงส่วนน้อย ประเทศชาติจะเจริญขึ้นแบบผิดหูผิดตา เชื่อผมได้เลย


---------------

ป้ายภาษาอังกฤษสำหรับยิ่งลักษณ์ที่ถูกต้อง ต้องแบบนี้

เป็นป้ายของ กปปส. สหรัฐอเมริกา รูปโดยคุณก้อย สุวรรณเกต




วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แชร์ว่อนเน็ต ยิ่งลักษณ์โชว์ท่าขย่มตอขณะไหว้ศพตำรวจ








ผมเห็นว่า การตายของตำรวจ และผู้ชุมนุมต่างล้วนเป็นเหยื่อของทรราชยิ่งลักษณ์ทั้งสิ้น

เกียรติตำรวจของไทยต้องตกต่ำลงอย่างที่สุด เพราะรับใช้ทรราชชินวัตรนี่แหละ

ถ้าตำรวจเลิกรับใช้ทรราช 2 พี่น้องตระกูลชินวัตรนี้ได้เมื่อไหร่ ประเทศไทยแผ่นดินจะสูงขึ้นกว่านี้อีกเยอะ

ตลอดระยะเวลาที่ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี มาจนถึงเป็นรักษาการนายกฯ ก็โชว์โง่ไม่ซ้ำมาตลอดช่วงเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา จนเกิดข้อสงสัยว่า

ประชาธิปไตยไทยทำให้ได้นายกฯ โง่เง่าได้ขนาดนี้เชียวเหรอ ?

พวกฟายแดงคงไม่รู้ตัวว่า เพราะเสียงส่วนใหญ่มันโง่ ก็ย่อมเลือกนายกฯ โง่ ๆ เข้ามาบริหารประเทศนี้ให้ฉิบหายวายวอด

จากที่เพิ่งโชว์โง่หย่อนบัตรเลือกตั้งผิดกล่อง ความโง่เก่ายังไม่ทันจะจางหาย ดันมาโชว์โง่ด้วยความทุเรศอีกงานแล้ว

มาดูยิ่งลักษณ์ไปไหว้ศพตำรวจที่เสียชีวิตจากการขอคืนพื้นที่ตรงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ สิ สมกับเป็นนายกฯ ที่พวกฟายแดงมันภูมิใจเหลือเกินจริง ๆ นะ







ท่าไหว้ศพของยิ่งลักษณ์ เป็นท่าที่โลกออนไลน์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมสำหรับการไหว้เคารพศพ เพราะเขาต้องไปคุกเข่าแล้วก้มกราบที่หมอนที่วางรองรับไว้

แต่อีนี่นั่งยอง ๆ ถ่าง ๆ อย่างกับกำลังนั่งส้วมซึมไหว้ศพชั่งเป็นท่าไหว้ที่โคตรจะไม่ให้เกียรติศพตำรวจเลยจริง ๆ

ถ้าทักษิณมันตายเมื่อไหร่ มึงอย่าลืมไหว้ศพทักษิณด้วยท่านี้ล่ะอีปู 555

ท่าไหว้ศพตำรวจ ใส่กระโปรงแต่เข่ากลับไม่ชิดกัน เหมือนถ่าง ๆ อ้า ๆ ยังไงไม่รู้

ตำรวจนายนี้คงจะนอนตายตาไม่หลับ เพราะมีอีโง่มานั่งถ่างขาให้ศพดูนี่แหละ

สาว ๆ อย่าไปเลียนแบบท่าของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกคนนี้เด็ดขาดนะครับ ไม่งั้นเขาจะบอกว่า ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน

อ้าว! แล้วไอ้เด็กคนนั้น ก็ไม่หัดสอนมารยาทให้แม่ซะบ้าง เสือกเอาแต่ยืนแคะขี้มูกอยู่ได้ 555


คลิกอ่าน โชว์โง่OTOP รักยิ่งลักษณ์ต้องโง่เหมือนยิ่งลักษณ์


วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

บก.ลายจุด ไปบอกโอ๊ค ตั้งกองทุนชินวัตรซื้อใบประทวนสิ







เฮ่อ.. เบื่อไอ้ฟายแดง บก.ลายจุดจริง ๆ แม่งขยันสร้างภาพเก่งจริงเลย สมแล้วที่เป็นนักแสดงจอมแถแห่งเสื้อแดง

หลายวันก่อนไปเอาเงินป้าเช็ง เจ้าของน้ำหมักหยอดตาบอด ว่าจะมาซื้อข้าวสารในโกดังเน่าของรัฐไปขาย ถามว่า ตอนนี้พวกมึงทำกันไปถึงไหนแล้ว ซื้อข้าวสารได้ถึงพันตันรึยัง ??

ขยันสร้างกระแส สร้างภาพเหลือเกินนะไอ้ฟายแดงลายจุด

อย่างวันนี้ ไอ้ฟายแดง บก.ลายจุด เดินทางไปธนาคารออมสิน สาขาใหญ่ กะจะไปฝากเงินสร้างภาพ แต่พอรู้ว่า พนักงานออมสินแต่งชุดดำประท้วงนโยบายปล่อยกู้ให้ ธกส. แถมออมสินยังประกาศยกเลิกให้ ธกส. กู้แล้ว ซ้ำยังขอเรียกเงินจาก ธกส. 5 พันล้านบาทคืนอีกด้วย

ไอ้ บก.ลายจุด เลยเงิบ ไปไม่เป็น สุดท้ายมันเลยกลับดีกว่า เพราะมันบอกว่า ออมสินยกเลิกให้กู้แล้วนี่ จะฝากอีกทำไม

งั้นทำไมมึงไม่เอาเงินไปฝากที่ ธกส. ต่อล่ะ ไอ้ฟายแดงลายจุด คิดสิคิด !!

เพราะ ธกส. คือผู้จ่ายเงินให้ชาวนานะโว้ย

แปลกไหม พวกฟายแดงไม่ยอมเอาเงินไปฝาก ธกส. ??

ตอนนี้ แกนนำชาวนาเสื้อแดง นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เขาก็เปิดบัญชีช่วยชาวนาแล้ว พวกมึงรีบชวนพวกฟายแดงไปฝากเลยสิ!!

ที่ บัญชีออมทรัพย์ ธกส. ชื่อ กองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนาไทย เลขที่บัญชี 02-00-33-11-9718 สาขานนทบุรี (ตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องที่นี่คลิก)

กูจะดูซิว่า พวกมึงจะช่วยชาวนาได้สักแค่ไหน ถ้าไอ้พวกชั่วตระกูลชินวัตรไม่มาร่วมบริจาคด้วย

--------------

วีธีที่น่าจะได้เงินเร็วกว่ามากกว่า เพื่อช่วยชาวนา

หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น ไอ้ บก.ลายจุด มึงไปบอกคนในตระกูลชินวัตรเลยว่า จะขอตั้งกองทุนชินวัตรเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ยังไม่ได้เงินค่าใบประทวนสิ ถ้าพวกมึงมีความจริงใจกับชาวนาจริง ๆ น่าจะได้เงินมากกว่าเร็วกว่า

เห็นที่เขาแนะนำกันในเว็บ คือ

ฟายแดงเดิมมี 15 ล้านเสียง ซึ่งตอนนี้เหลือฟาย 10 ล้านเสียง ก็ให้ฟายแดงช่วยบริจาคเงินเข้ากองทุนชินวัตรคนละ 1,000 บาท ก็จะได้ 1 แสนล้านบาท

ที่เหลืออีก 3 หมื่นล้านบาท ก็ให้ทักษิณช่วยออก ถ้ายังไม่พออีก ก็อีโอ๊ค อีอ้อ อีปู อีอิ๊ง อีแดง ก็ช่วยกันออกสิ

แล้วเอาเงินนั้นมาจ่ายค่าใบประทวนของชาวนา ไม่ใช่ไปฝากเงินออมสินสร้างภาพ เพราะเงินนั้นมันไม่มีทางถึงชาวนาโว้ย !!

พวกมึงขยันสร้างภาพโง่ ๆ แบบพวกฟายแดงมันชอบโชว์โง่ พวกมึงไม่อายกันบ้างเหรอว่า ที่พวกมึงทำแต่ละอย่างน่ะ มีแต่ควายเท่านั้นที่จะเชื่อพวกมึง





บก.ลายจุด มึงไปเปิดบัญชีกองทุนช่วยซื้อจำนำข้าวให้ชาวนาเลย ตั้งชื่อว่า กองทุนชินวัตรช่วยซื้อใบประทวน

กูจะดูซิว่า ไอ้สมชายโมเต็ลผัวอีแดง ไอ้พร้อมพงศ์ลิเกหลงวิก ไอ้ปลอดประศพ หรือจะเป็นอีโอ๊ค  มันจะไปฝากเงินที่บัญชีนี้หรือไม่

ไอ้บก.ลายจุด ถ้าแน่จริงมึงทำเลยสิ ไม่ใช่เอาแต่สร้างภาพ

------------

บก.ลายจุดพาพวกฟายแดงบุกด่าพนักงานธนาคารออมสิน

เห็นข่าววันนี้ ไอ้พวกฟายแดงรวมทั้งไอ้บก.ลายจุด มันทำเป็นไปต่อว่าพนักงานออมสินที่แต่งดำ ที่สำนักงานใหญ่

ถุย !! ถ้าพวกมึงอยากช่วยชาวนา พวกมึงควรเอาเงินที่พวกมึงอยากจะฝากไปซื้อใบประทวนชาวนาโดยตรงเลยสิวะ ไอ้พวกฟายแดง (ซื้อในราคาเต็ม ๆ ด้วยนะโว้ย)

ไอ้ บก.ลายจุด มึงเข้าใจคำว่า ให้พวกมึงไปรับซื้อใบประทวนโดยตรงจากชาวนาไหมวะ ?? 

แล้วพอกองทุนชินวัตรที่กูแนะนำให้พวกมึงไปตั้ง มีเงินเยอะมากพอ พวกมึงก็เอาใบประทวนที่พวกมึงซื้อจากชาวนาไปขายต่อให้กองทุนชินวัตรไง

หัดคิดอะไรที่มันฉลาด ๆ ซะบ้างนะไอ้พวกฟายแดง 555




แล้วพวกฟายแดง พวกมึงล่ะกินหญ้ารึเปล่า ?

ชาวนาถึงจะจนแต่เขาไม่ได้โง่เหมือนพวกมึงนะ ไอ้พวกฟายแดง 555



ไอ้พวกฟายแดงทำมาต่อว่าพนักงานออมสินที่แต่งดำ




ไอ้พวกเสื้อแดงทุกตัวต้องร่วมกันรับผิดชอบโครงการชั่ว ๆ นี้ของรัฐบาลชั่วของพวกมึง จนทำให้ชาวนาต้องตายไปแล้วอย่างน้อย 11 คน


คลิกอ่าน ธีรยุทธ บุญมี ถือป้าย... หนักหัว บก.ลายจุด




วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รวมฮากับ Eปู เพลี้ยพันธุ์ใหม่ของวงการข้าว







ความเจ็บปวดและความเสียหายของโครงการจำนำข้าว ไม่ใช่ชาวนาเท่านั้นที่เจ็บปวดและได้รับผลกระทบโดยตรง

แต่ความจริงแล้ว คนไทยทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากโครงการจำนำข้าวเช่นเดียวกัน เพราะทำให้คนไทยต้องซื้อข้าวถุง 5 กก. แพงพอ ๆ กับที่คนสิงคโปร์ซื้อข้าวหอมมะลิของไทยเลย ซึ่งผมเคยนำเสนอในบทความเก่า ๆ ของผมไปแล้วว่า

ข้าวหอมมะลิไทยที่ขายในสิงคโปร์ ถุง 5 กก. ราคาถุงละประมาณ 200 กว่าบาทเท่านั้น คนไทยก็ซื้อข้าวหอมมะลิ 5 กก. ประมาณ 200 กว่าบาทเช่นกัน

นี่คือความวิปริต ผิดปกติของระบบการค้าข้าวของไทย ที่ประเทศที่เคยได้ชื่อว่าขายข้าวมากที่สุดในโลก แต่คนไทยกลับต้องกินข้าวแพงพอ ๆ กับข้าวไทยที่ขายในต่างประเทศ

การที่ข้าวแพง ค่าแรงแพงจากนโยบาย 300บาท ก็ทำให้ค่ารับจ้างในนาก็แพงตามไปด้วย ทุกอย่างล้วนกระทบมาถึงคนไทยทุกคนทั้งนั้น

ค่าแรง 300 บาท ซื้อก๋วยเตี๋ยวชามธรรมดา 40 บาท (แถวบ้านผมโชคชัย4) นี่คือความผิดเพี้ยนของอาหารจานเดียวของไทย ที่ค่าแรงขั้นต่ำไม่สามารถซื้ออาหารจานเดียวได้ถึง 10 จานต่อวัน

ไปดูประเทศอื่น ๆ ที่เจริญแล้วเถอะ ค่าแรงขั้นต่ำเขาซื้ออาหารจานเดียวได้มากถึง 15-20 ชามขึ้นไป (ผมก็เคยนำค่าก๋วยเตี๋ยวจากประเทศอื่นมาเทียบกับค่าแรงไว้แล้วในบทความเก่า)

ถ้าประเทศไหนที่ค่าแรงขั้นต่ำ ซื้ออาหารจานเดียวได้ไม่ถึง 15 จานต่อวัน แปลว่าประเทศนั้นมีการคอรัปชั่นเพียบ และพ่อค้าคนกลางรวยอื้อซ่า

เกริ่นมายาวละ พักสมองกับเรื่องเครียดให้แปรเปลี่ยนเป็นความขำ ๆ แล้วกัน



รูปแรก มีคนเอาป้ายไปแขวนหน้ากระทรวงพาณิชย์







รูป 2 ศัตรูข้าว






รูป 3 อาหารนายก อาหารชาวนา


คือที่มารูป มาจากการที่ คมชัดลึก ได้เปิดเผยว่า ค่าอาหารของศูนย์รักษาความสงบหรือ ศรส. ตกวันละ 1.5 แสนบาท แดกอาหารหรูชั้นเลิศจากร้านอาหารดังทุกวัน บางวันกินแพงถึงวันละ 5 แสนบาทก็มี







รูป 4 รูปนี้ผมชอบเป็นพิเศษ


ฮาดี หน้าอีปูมันทุเรศดี 5555







รูป 5 คำถามโดน ๆ ฝากถึงอีปู


เอาเงินภาษีชาติไปแรด ๆ รอบโลก แต่กลับไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เลวจริง ๆ







รูป 6 คือบทสรุปของอีปู ในโครงการจำนำข้าวคือ



เลว คือคำนิยามที่เลิศที่สุดของ ยิ่งลักษณ์




วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การบินไทยใกล้ล่มสลาย เพราะใคร ?







บทความนี้ไม่มีอะไรมาก ผมแค่อยากช่วยเผยแพร่เอกสารของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย อีกช่องทางเท่านั้น

เพราะเป็นรู้กันทั่วไปว่า รัฐบาลกบฏยิ่งลักษณ์ส่งคนของตัวเองเข้าไปคุมบอร์ดการบินไทย และไปนั่งเป็นผู้บริหารการบินไทย แล้วก็นำพาการบินไทยชิพหายหนักขาดทุนยับ

ต่อไปนี้คือเอกสารที่ สร.การบินไทย บริษัท การบินไทย จำกัด เผยแพร่ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2557 เกี่ยวกับ กรณี Shutdown TG

ลองอ่านดูแล้วจะรู้ว่า ระบอบทักษิณแอนด์ขี้ข้า มันเลวเพียงใด






นายอำพน กิตติอำพน

นายอำพน กิตติอำพน ในเวลานี้ยังดำรงตำแหน่งใหญ่ถึง 4 ตำแหน่งคือ

1 ประธานบอร์ดการบินไทย

2 เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

3 กรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

4 กรรมการกฤษฎีกา

พอมองเห็นไหมครับว่า ตำแหน่งเหล่านี้ของนายอำพน บ่งบอกว่า เป็นคนของใคร ขี้ข้าใคร

---------------

การบินไทยขาดทุน ฝีมืออำพน-ผลงานสรจักร

การขาดทุนของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่ใช่เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย

เพราะนับตั้งแต่วันที่นายอำพน กิตติอำพน ประธานคณะกรรมการบริษัทการบินไทยรับบัญชามาให้ปลดนายปิยะสวัสดิ์ อมระนันท์ พ้นจากตำแหน่ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดี.เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมปีทีแล้ว และแต่งตั้งนายสรจักร เกษมสุวรรณ เป็น ดีดี.แทน อนาคตของการบินไทย ก็ถูกลิขิตไว้ตั้งแต่วันนั้นว่า จะต้องเดินหน้าไปสู่ ความตกต่ำอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ จะเร็วหรือช้า จะขาดทุนมากหรือน้อยเท่านั้น

เพราะการที่ คณะกรรมการการบินไทยปลดคนที่พลิกฟื้นฐานะของกิจการที่เคยย่ำแย่ให้กลับมาเข้มแข็ง พร้อมจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง แล้วเลือกเอาคนที่ไม่เคยมีผลงาน ความสำเร็จใดเลยมาทำหน้าที่แทน

ก็แสดงว่าคณะกรรมการการบินไทยที่มีนายอำพนเป็นหัวหน้า ไม่ให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานของการบินไทยเลย จะกำไรหรือขาดทุนไม่เป็นไร ขออย่างเดียว ให้เชื่อฟังและสั่งได้แบบนายสรจักร

นายปิยสวัสดิ์ เป็น ดีดี.การบินไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2552 ในปีนั้น การบินไทยมีกำไรสุทธิ 7,344 ล้านบาท เพราะสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าน้ำมันให้การบินไทยได้ถึง 12,000ล้านบาท ปี 2553 มีกำไรสุทธิ 15,350 ล้านบาท ปี 2554 ขาดทุนเพราะปัญหาน้ำท่วม 10,197 ล้านบาท แต่สามารถพลิกฟื้นกลับมามีกำไร 3,645 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปี 2555

ขณะที่ ผลการประเมินประสิทธิภาพการทำงาน คณะกรรมการประเมินผลที่มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานให้คะแนนสูงถึง 86%

นายอำพนไม่สามารถให้คำอธิบายที่สังคมยอมรับได้ว่า เหตุใดจึงปลดนายปิยะสวัสดิ์ ที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่าสามารถพลิกฟิ้นการบินไทยซึ่งก่อนหน้านั้นขาดทุนถึง 20,000 กว่าล้านบาทให้กลับมามีกำไรได้ ได้แต่อ้างเหตุผลแบบเอาสีข้างเข้าถูว่า นายปิยะสวัสดิ์ไม่สามารถสื่อการกับบอร์ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสรจักรได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหาที่มีนายอารีพงษ์เป็นประธานให้เข้ามาดำรงตำแหน่ง ดีดี.แทนนายปิยะสวัสดิ์ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ปี 2555 การบินไทยมีกำไรสุทธิ 6,510 ล้านบาท แต่ต้องถือว่าเป็นผลงานในยุคของนายปิยะสวัสด์กว่าครึ่งหนึ่ง เพราะหกเดือนแรกมีกำไรแล้ว 3,700 กว่าล้านบาท ในขณะทีนายสรจักร เพิ่งมารับตำแหน่งได้เพียงสามเดือน ไม่มีเวลามากพอที่จะแสดงฝีมือ

ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2556 คือผลงานที่แท้จริงของนายสรจักร การบินไทยมีผลขาดทุนไตรมาส 2 สูงถึง 8,426 ล้านบาท ลบล้างผลกำไรที่เกิดขึ้นในไตรมาสแรกไปจนหมด และทำให้หกเดือนแรกของปีนี้ขาดทุน 131 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 3,772 ล้านบาท

นายปิยสวัสดิ์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyasvasti Amranand เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ว่า

"การบินไทยขาดทุน 8,426 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ และเมื่อรวมกับกำไรในไตรมาสแรกซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวแล้ว น่าตกใจมากว่าในครึ่งแรกของปีนี้ขาดทุน 131 ล้านบาทเทียบกับกำไร 3,772 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

จะโทษอัตราแลกเปลี่ยนก็ไม่ได้เพราะในครึ่งแรกปีนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,927 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2555 ไม่เข้าใจว่าบริหารกันยังไง เพราะสภาพแวดล้อมปีนี้ดีมาก ราคาน้ำมันซึ่งคือ 40% ของต้นทุนก็ลดลงประมาณ 8% เมื่อคิดเป็นเงินบาท จำนวนผู้โดยสารต่างชาติผ่านสนามบินในไทยเพิ่มขึ้นถึง 19.4% จำนวนผู้โดยสารผ่านสนามบิน 6 แห่งของ AOT เพิ่มขึ้น 18%

ในขณะเดียวกันไม่มีภัยพิบัติหรือความวุ่นวายทางการเมืองเหมือนปีก่อนๆ ที่น่าตกใจไปกว่านั้นอีกคือ นกแอร์และไทยแอร์เอเซียมีกำไรในไตรมาสสองเพิ่มขึ้นถึง 136% และ 109% ตามลำดับ"

นายสรจักรไม่สามารถให้คำอธิบายใดๆ ได้ นอกจากบอกว่า ทำดีที่สุดแล้ว ซึ่งทำให้เดาได้ไม่ยากว่า อีกหกเดือข้างหน้า การบินไทยจะเป็นอย่างไร เพราะคนที่เป็นถึง ดีดี.ยังพูดได้แค่นี้

การบินไทยในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาที่นายสรจักรเป็น ดีดี. นอกจากจะขาดทุนอย่างไม่น่าเชื่อแล้ว ตัวชี้วัดคุณภาพตามมาตรฐานของธุรกิจการบินโลกหลายๆ ด้านก็ตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย

ผลการจัดลำดับความพึงพอใจผู้โดยสารสายการบินโดย Skytrax ประจำปี 2013 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2556 การบินไทยไม่ติดสิบอันดับแรก โดยได้อันดับที่ 15 จากที่เคยได้ที่ 10 ในปี 2009 เพิ่มเป็นที่ 9 และ 5 ในปี 2010, 2011 ตามลำดับ ปีที่แล้วตกลงมาอยู่ที่ 9

ส่วนการจัดลำดับในหมวดย่อยต่างๆ การบินไทยมีอันดับที่ตกต่ำลงมากเชนกัน คือ ความพึงพอใจในการใช้บริการ First Class Lounge ซึ่งเคยได้ที่ 1 ปีนี้ลงมาเหลือที่ 7 อาหารชั้นประหยัดเคยได้ที่ 1 ปีนี้ลงมาเหลือที่ 8

นี่คือฝีมือของนายอำพนและผลงานของนายสรจักรที่ไม่มีทางปฏิเสธได้ ต้องติดตามดูต่อไปว่า การประเมินผลงานของนายสรจักรจะออกมาเป็นอย่างไร และนายอำพนจะแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ กับการตัดสินใจปลดนายปิยะสวัสดิ์ และแต่งตั้งนายสรจักรเป็น ดีดี.แทน

http://astv.mobi/AYjLTcE

--------------------------

สุดท้าย นายสรจักร ลาออก

"สรจักร"ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเก้าอี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่"การบินไทย"ให้บอร์ดพิจารณา คาดผลงานปี2556 ขาดทุนยับ 4 พันล้านบาท

รายงานข่าวจากการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (THAI) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการการบินไทย ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัทการบินไทย ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง หลังจากเข้ารับตำแหน่งมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555

นางสุวิมล บัวเลิศ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักเลขานุการบริษัทการบินไทย แจ้งว่า ที่ประชุมบริษัทเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2556 ได้รับแจ้งว่านายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่.





----------------------

ผลงานรัฐบาลกบฏยิ่งลักษณ์ที่ส่งคนมาทำให้การบินไทยเจ๊ง ??

เพื่ออะไร ? ผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่า ไอ้กีร์ อริสมันต์ ขี้ข้าทักษิณ มันรวยขนาดไปเปิดสายการบินได้ก็แล้วกัน (คนสนิทของเมียกี้ร์ พัวพันคดีจีทูจีปลอมจากการซื้อข้าวสารราคาถูกเป็นพิเศษจากโกดังโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล)

รู้แต่ว่า คนในรัฐบาลยิ่งลักษณ์รวยล่ำซำขึ้นทุกคน โดยเฉพาะไอ้เต้น ณัฐวุฒิ จากทรัพย์สินก่อนรับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 24 ล้าน เพิ่มเป็น 31 ล้านบาท ภายในเวลาปีกว่า ๆ เท่านั้น

ชาวนาผูกคอตาย การบินไทยก็ใกล้เจ๊ง แต่คนในรัฐบาลรวยขึ้นๆ

แบบนี้ นี่แหละเขาที่เรียกว่า รัฐบาลชั่ว

คลิกอ่าน ทักษิณ ขโมยซีนเรื่อง สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ

วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ผลเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ. 57 ชี้ชัดคนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับเลือกตั้ง







เกริ่น

ก่อนอื่นผมขอเล่าย้อนสักนิดว่า ผมเองก็ตัดสินช้าไปหน่อยว่า ผมจะไม่ไปเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้ ผมเคยนึกว่าผมจะไปเลือกตั้งแล้วกาช่องโหวตโนเหมือนกัน

จนมีเพื่อทางเฟสบุ้คถามผมมาว่า ควรไม่ไปเลือกตั้งหรือไปโหวตดี ?

ผมถึงได้มาเริ่มคิดว่า นั่นน่ะสิผมจะไม่ไปเลือกตั้ง (no vote) หรือผมจะไปใช้สิทธิโหวตโนดีกว่ากัน

แล้วผมก็ได้ข้อสรุปว่า ผมต้องไม่ไปเลือกตั้ง เพราะถ้าไปเลือกตั้งก็จะทำให้พวกรัฐบาลชั่วจะนำจำนวนผู้มาใช้สิทธิมาอ้างเป็นความชอบธรรมของตัวเอง และการไปใช้สิทธิของเราจะทำให้ไปลดความชอบธรรมของ กปปส. ลง (ซึ่งไอ้รัฐบาลชั่วมันก็นำมาอ้างจริง ๆ ตามที่ผมคาดไว้)

ผมจึงฟันธงไปว่า ต้องไม่ไปเลือกตั้ง และพอผมฟันธงไปแบบนี้ ก็มีเพื่อนในเฟสบุ้คที่อยู่ต่างประเทศบ่นว่า ทำไมถึงมาบอกช้าไป เพราะเพิ่งจะไปเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไปแล้ว

ซึ่งผมได้เขียนเหตุผลรายละเอียดไว้ในบทความเมื่อวันที่ 25 มกราคม 57 เรื่อง 2 ก.พ.ควรไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ ? คลิกที่นี่

เช่นเดียวกัน ทางฝ่าย กปปส. ก็เพิ่งจะมารณรงค์ว่าไม่ควรไปเลือกตั้ง ซึ่งก็ช้าไปหน่อย คือประมาณก่อนเลือกตั้งสักเกือบ 2 อาทิตย์ได้

จึงทำให้ยังมีผู้คนจำนวนมากที่เข้าข้าง กปปส. แต่พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่ควรออกไปเลือกตั้งครั้งนี้

อีกทั้งการศึกษาไทยได้ปลูกฝังเรื่องการเลือกตั้งในหัวคนไทยมานาน ทำให้คนไทยที่รักประชาธิปไตยทุกคนจึงเหมือนถูกฝังหัวว่า หน้าที่ของคนไทยที่ดีในระบอบประชาธิปไตยจึงต้องไปเลือกตั้งทุกครั้ง

ระยะเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดคนไทยโดยฉับพลันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

เพราะเวลาเผยแพร่ข้อมูลและเหตุผลที่ไม่ควรไปเลือกตั้ง 2 ก.พ. กระทำการช้าเกินไปครับ ทำให้มีหลายคนไม่ทราบข่าวสารการรณรงค์ไม่ไปเลือกตั้ง ซึ่งยังมีอีกจำนวนมากเช่นกัน

--------------------------

วิเคราะห์ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57

ตัวเลขที่ กกต. สรุปจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง



การเลือกตั้ง 2 ก.พ. มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้น 47.72 % ของจำนวนผู้มีสิทธิทั้งหมด (ค่าเฉลี่ยเฉพาะเขตที่มีการเลือกตั้งได้ปกติ)

ตัวเลขนี้บ่งบอกอะไรได้บ้าง ?

ตัวเลข 46.79% บอกได้ทันทีที่เห็นคือ ยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีก 52.28 ที่นอนหลับทับสิทธิ ไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้

ตัวเลขนี้ชี้ได้ทันทีว่า คนส่วนใหญ่ที่มีสิทธิเลือกตั้ง พวกเขาไม่ได้มาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ จริงหรือไม่?

ลองเถียงสิว่าไม่จริง !!

ไม่ว่าคนส่วนใหญ่แต่ละคน เขาจะไม่มาด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีคนส่วนใหญ่ที่มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้ออกมาเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

เพราะการเลือกตั้งทั่วไปของไทยที่ผ่าน ๆ มา ๆ เป็นเวลาเกินกว่า 20 ปีขึ้นปี จะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเกินกว่า 50 % มาโดยตลอด

เช่นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ก็มีคนไทยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากถึง 75.03% ซึ่งตัวเลขนี้ทำให้ยังสามารถอ้างได้ว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังยอมรับการเลือกตั้งอยู่ ยังยอมรับระบอบประชาธิปไตยได้เต็มปาก เพราะมีคนออกมาใช้สิทธิมาถึง 75.03% ถือว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่

แต่การเลือกตั้ง 2 ก.พ. นี้ กลับมีผู้มาใช้สิทธิเฉลี่ยแค่ 47.72% เท่านั้น ซึ่งอาจจะอ้างได้ว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ยอมรับระบอบประชาธิปไตยแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้แล้ว (จริงหรือไม่?)

ถ้าพวกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ นายชูวิทย์ รวมทั้งนักวิชาการแดงสามารถอ้างว่า คน 20 ล้านคนมาใช้สิทธิเพราะเขารักประชาธิปไตยถึงออกมาเลือกตั้ง แล้วจะแอบอ้างถือเป็นความชอบธรรมของรัฐบาล ผมถือว่าเป็นตรรกะที่มั่วมาก

(เพราะรัฐบาลมันเหมารวมบัตรเสียกับโหวตโนเอามาเป็นพวกเดียวกับมันแบบหน้าด้านๆ ทั้ง ๆ ที่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สามารถนำมาอ้างเป็นความชอบธรรมของรัฐบาลได้่ เพราะมันคนละบริบทกัน)

เพราะถ้าหากรัฐบาลเหมารวมแบบนี้ ถือเป็นความชอบธรรมของรัฐบาลได้แล้วล่ะก็

ผมก็สามารถอ้างด้วยตรรกะเดียวกันว่า คนที่เหลืออีกประมาณ 23 ล้านคนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ที่มีสิทธิเลือกตั้ง พวกเขาก็ล้วนแต่เบื่อการเลือกตั้งในกติกาแบบปัจจุบันนี้ และก็ไม่เอารัฐบาลนี้แล้วก็ได้เช่นกันจริงไหม ? เขาถึงไม่ออกมาเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนแนวคิดของ กปปส.

ฉะนั้นเราควรจะเคารพคนส่วนใหญ่ที่เขาไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

และยิ่งถ้ารวมจำนวนคะแนนโหวตโนที่มากมายกว่าทุกครั้ง หรือรวมจำนวนบัตรเสียที่มีมากกว่าทุกครั้งเข้าไปด้วย ก็ยิ่งตอกย้ำว่า คนไทยในวันนี้เบื่อการเลือกตั้ง แต่ที่จำใจไปเลือกตั้ง เพราะไม่อยากเสียสิทธิ เสมือนเขาถูกบังคับกลาย ๆ

ลองไม่ต้องมีกฎหมายเรื่องเสียสิทธิสิ รับรองจะมีตัวเลขผู้ไม่ไปใช้สิทธิพิ่มขึ้นกว่านี้อีกมาก

------------------------

เปรียบเทียบเปอร์เซนต์ผู้มาใช้สิทธิปี 2554 กับปี 2557 

ตัวเลขค่าเฉลี่ยผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2554 คือ 75.03 %

ตัวเลขค่าเฉลี่ยผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2557 คือ 47.72 %

วิธีคิดร้อยละ ก็คือ จากคนใช้สิทธิ 75 คน ลดเหลือแค่ 47.7 คน เท่ากับลดไปประมาณ 37 % 

การที่มีคนไปใช้สิทธิลดลง 37 % จากค่าเฉลี่ยเมื่อปี 2554 เดิมนั้น ก็เท่ากับหายไปเกือบครึ่งหนึ่งหรือ 50 % แล้ว (จากเดิม75คน)  ขาดอีกเพียง 12 %เท่านั้นก็จะถึงครึ่งหนึ่ง

ผมมั่นใจว่า หาก กปปส. มีเวลามากกว่านี้เพื่อให้ข้อมูลและเหตุผลว่า ทำไมเราควรไม่ไปเลือกตั้งครั้งนี้  ผมมั่นใจว่า จะมีคนไม่ไปเลือกตั้งเพิ่มกว่านี้อีกไม่ต่ำกว่า 10 % แน่นอน

ฉะนั้น รัฐบาลอย่ามาอ้างมั่ว ๆ ว่า การที่มีคนออกมาเลือกตั้ง 20 ล้านคน ถือเป็นความชอบธรรมของรัฐบาล

เพราะยังมีคนอีก 23 ล้านคนซึ่งคือคนส่วนใหญ่ที่ไม่ออกมาเลือกตั้ง ซึ่งก็จะแปลได้เช่นกันว่า เพราะการเลือกตั้งนี้ไม่ชอบธรรมเขาถึงไม่ออกมาเลือกตั้ง

ไหนว่า ประชาธิปไตยต้องเคารพคนส่วนใหญ่ไง ?

ในเมื่อจำนวนคนไม่ไปเลือกตั้ง 23 ล้านคนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ไม่เอาการเลือกตั้ง การเลือกตั้งจึงสมควรเป็นโมฆะ จริงหรือไม่ล่ะ ชูวิทย์คิดสิคิด !!

แต่ที่แน่ ๆ กปปส. ชุมนุมในกรุงเทพ แล้วมีกรุงเทพออกมาใช้สิทธิเพียง 16.78% เท่านั้น (หากตัวเลขนี้ของ กกต.เป็นตัวเลขที่ถูกต้อง)

นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า การชุมนุมของ กปปส. ในกรุงเทพ คนกรุงเทพส่วนใหญ่ยอมรับให้ กปปส. ล้มระบอบทักษิณลง !!

-----------------

สรุป

ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการการเลือกตั้งครั้งนี้

เมื่อมีคน 23 ล้านคนไม่ไปเลือกตั้ง บวกกับ คนที่จำใจไปเลือกเพื่อรักษาสิทธิแต่แสดงออกด้วยการจงใจทำบัตรเสีย!!

เมื่อนำไปจำนวนคน 23 ล้านคนและจำนวนใบเสีย ไปรวมกับคนที่ไม่ต้องการเลือกพรรคใดเลยแต่ไปเพื่อรักษาสิทธิและหน้าที่ ด้วยการไปโหวตโน ก็จะมีคนที่ไม่ชอบการเลือกตั้งครั้งนี้ จำนวนทั้งสิ้นเท่ากับ

23 ล้าน + 2.4 ล้าน (ใบเสีย) + 3.3 ล้าน (โหวตโน) = 28.7 ล้านคน !!

พรรคเพื่อไทยยอมรับจริงเถอะ ว่า พรรคของมึงน่ะมันเลวสุด ๆ แล้ว

--------

หมายเหตุ

บัตรเสีย ครั้งนี้หมายถึง จำใจไปใช้สิทธิแต่ไม่เอาการเลือกตั้ง

โหวตโน ครั้งนี้หมายถึง จำใจไปใช้สิทธิแต่ไม่เอาพรรคที่ลงเลือกตั้งเลย หรือไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง แต่ไม่อยากทำบัตรเสีย

และถ้าภาคใต้ไม่ได้ปิดหน่วยเลือกตั้ง จะมีจำนวนผู้ที่ไม่ไปเลือกตั้งมากกว่านี้แน่นอน เพราะจำนวน 23 ล้านคนที่ไม่ไปเลือกตั้งนั้น ยังไม่รวมจำนวนคนใต้ในหลาย ๆ จังหวัดครับ



คลิกอ่าน เลือกตั้ง 2 ก.พ. สรุปว่าคนกรุงเทพไม่เอาระบอบทักษิณ

คลิกอ่าน การเลือกตั้งไม่ชอบธรรมของรัฐบาลกบฏยิ่งลักษณ์ ต้องเป็นโมฆะแน่นอน



วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ดูชัดๆ ยิ่งลักษณ์โชว์โง่ในวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.57







บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต จะมีฟ้า แต่เพราะความโง่ของนายกโง่ ๆ อย่างยิ่งลักษณ์ก็ไม่เคยทำให้ฟายแดงผิดหวัง เพราะมันใส่บัตรสีส้มลงในกล่องแบบแบ่งเขต (สีฟ้า)

ดูรูปแรก ยิ่งลักษณ์มันก็ดูบัตรแล้ว แต่เพราะความโง่มันก็ยังใส่ผิดกล่องจนได้ แล้วมันก็ยังไปโทษเจ้าหน้าที่อีกว่า แนะนำมันผิด ๆ















และบัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ จะมีส้มอ่อน

ส่วนอีโง่ก็ยังไม่ฉุกคิด ก็ยังโง่ต่อไปเหมือนเดิม ใส่บัตรสีฟ้าแบบแบ่งเขตในกล่องที่แบบบัญชีรายชื่อ (สีส้ม)

นี่ถ้าโลกออนไลน์เขาไม่จับผิดให้เห็น อีนี่ก็คงโง่ต่อไปแบบไม่รู้ตัว













แล้วตรรกะฟายแดง มันหาเหตุผลมารองรับความโง่ของยิ่งลักษณ์ยังไง รู้ไหม ?

พวกฟายแดงมันบอกว่า เจ้าหน้าที่ติดป้ายที่กล่องผิด ด้านหลังกล่องติดอย่าง ด้านหน้าติดอีกอย่าง เพื่อหวังวางยานายก

แต่ที่แน่ ๆ ยิ่งลักษณ์พอรู้ว่า มันใส่บัตรผิดกล่อง มันก็รีบแจ้งไปที่เจ้าหน้าที่หน่วยนั้นทันที

ต่อมา กกต.ก็ได้ออกมารับรองแล้วว่า การใส่บัตรผิดกล่องก็ไม่เป็นไร เพราะ กกต. รู้อยู่แล้วว่ามีคนไทยโง่ ๆ แบบยิ่งลักษณ์เป็นจำนวนมาก กติกาการเลือกตั้งจึงอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตอนตรวจนับคะแนน ให้ขานคะแนนให้ถูกต้องซะ

ฉะนั้น ฟายแดงไม่ต้องสรรหาเหตุผลควาย ๆ มาช่วยยิ่งลักษณ์หรอก เพราะยิ่งลักษณ์ได้ยอมรับความโง่ครั้งนี้ของตัวเองไปแล้ว 555



เป็นถึงนายก ยังไม่รู้ว่า การเลือกตั้งต้องทำอะไรบ้าง

อย่างผมไปเลือกตั้ง ผมก็ไม่เห็นต้องให้เจ้าหน้าที่มาแนะนำเลย อ่านให้รู้เรื่องว่าบัตรไหน เป็นบัตรไหน แล้วก็หย่อนให้ถูกกล่องซะ

ทำไมไม่เคยมีข่าวนายกรัฐมนตรี หรือคนมีตำแหน่งใหญ่โตคนไหน หรือคนดังคนไหน เขาใส่บัตรผิดกล่องแบบยิ่งลักษณ์บ้างเลยล่ะ ?

เพิ่งจะเห็นมีข่าวอีนายกโง่ของพวกฟายแดงนั่นแหละ

ฟายแดงคิดสิคิด ว่าควายย่อมเป็นควายวันยังค่ำนั่นแหละ 555


------------------------

ประชาธิปไตยแบบควายแดง

ประชาธิปไตยแบบควาย ๆ ของพวกเสื้อแดง ก็ต้องได้นายกโง่ ๆ อย่างยิ่งลักษณ์แบบนี้แหละ



ฟายแดงมันโคตรภูมิใจในความโง่ของยิ่งล๋กษณ์กันมากเลยนะ


นี่ถ้าสามารถดูในบัตรเลือกตั้งของยิ่งลักษณ์ได้ เราอาจได้เห็นอีโง่นี่กาเครื่องหมายถูกแทนกากบาทก็ได้นะ เชื่อมะ ? 555



ปูกาวงกลม จริงเหรอ ?

แต่ล่าสุด มีการแชร์รูปบัตรเลือกตั้งเสียในเขตที่ยิ่งลักษณ์ไปลงคะแนนว่า มีบัตรเสียแค่ 2 ใบเท่านั้น และทั้งสองบัตรที่เป็นบัตรเสีย คือแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อนั้นใช้วิธีการวงกลมรอบหมายเลข 15 ทั้งสองใบ

ซึ่งคาดเดากันว่า น่าจะเป็นบัตรเลือกตั้งของยิ่งลักษณ์ เพราะทั้ง 2 บัตรมาจากล่องที่ใส่ผิด

โง่กว่าที่คิดนะอีปู 5555 (หวังว่าคงเป็นแค่เรื่องเอาฮานะ)

----------------------


ขำขัน ตอน สาเหตุที่ปูเสียบผิด

นักข่าว "ทำไมท่านถึงเสียบบัตรผิดกล่องคะ"

ปู "เรื่องเอากระดาษเสียบใส่รู ปูไม่ถนัดน่ะค่ะ เพราะปูถนัดแต่ใช้ ดิลโด้ เสียบใส่รูมากกว่านะคะ ฮิๆ"

5555/@akecity