วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เผยสาเหตุที่ ตูน บอดี้สแลม ถอนตัวจาก ยังบาว คือ ?







หลังจากเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ว่า ภาพยนตร์ "ยังบาว" หรือ ประวัติวงคาราบาว ที่จะมี ตูน บอดี้สแลม (อาทิวราห์ คงมาลัย) นักร้องดังจากแกรมมี่ขวัญใจชาวร็อค แห่งยุคนี้ จะมารับบทเป็น แอ๊ด คาราบาว นั้น

หลายคนก็บอกว่า ตูน เหมาะสมที่จะรับบทแอ๊ด คาราบาวนี้ที่สุด เพราะหน้าตาตูน ดูละม้ายคล้ายแอ๊ด คาราบาว มาก แถมตูนก็เป็นญาติกับแอ๊ด คาราบาว จริงๆ เสียด้วย




ข่าวล่าสุด ตูน ได้ประกาศถอนตัวจากหนัง ยังบาว แล้ว ทางแกรมมี่ต้องสังกัดก็ได้คืนค่าตัวนับ10ล้านบาทของตูนให้ทางผู้สร้างหนังไปแล้วด้วย แม้มีข่าวว่า เหตุผลที่ตูนต้องถอนตัว ก็เพราะคิวตูนไม่ลงตัวกับหนัง 'ยังบาว'

แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่เหตุผลนี้ เพราะเบื้องลึกที่ตูนต้องถอนตัวนั้น ผมเชื่อว่า น่าจะเป็นปัญหาทางธุรกิจมากกว่า


สาเหตุหลัก ที่ทำให้ตูน บอดี้สแลม ต้องถอนตัวจากยังบาว นั่นคือ ปัจจุบันตูน บอดี้แสลม ยังเป็นพรีเซนเตอร์เครื่องดื่ม M150 ซึ่งM150 ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงกับเครื่องดื่มคาราบาวแดง ของแอ๊ด คาราบาว

หากตูนมาเป็นเล่นเป็นแอ๊ด คาราบาว ภาพลักษณ์พรีเซนเตอร์M150 ของตูน วงบอดีสแลม จะถูกทำลายทันที

เพราะคอนเสิร์ตของวงบอดี้สแลม ก็จะมีM150 เป็นสปอนเซอร์ให้มาโดยตลอด


ส่วนสาเหตุรองลงมา ผมคิดว่า อาจเป็นเหตุผลโดยอ้อม คือ ปกติตลอดหลายปีที่ผ่านมา วงคาราบาว มักจะมีโค้ก เป็นสปอนเซอร์ให้เสมอ ผมเองไม่รู้เหมือนกันว่า ภาพยนตร์เรื่อง ยังบาว จะมีโค้กมาเป็นสปอนเซอร์ให้หนังด้วยรึเปล่า ?

ซึ่งตอนนี้ตูน บอดี้สแลมก็ยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับเป๊ปซี่ อยู่เช่นกัน ซึ่งเป๊ปซี่ถือเป็นคู่แข่งตลอดกาลกับโค้ก

หากตูน มาเล่นเป็นแอ๊ด คาราบาว มันก็จะเกิดภาพลักษณ์ขัดแย้งในการพรีเซนเตอร์สินค้าได้ ซึ่งในระยะยาวอาจไม่เป็นผลดีกับตูนเองมากกว่า




ตูน เองก็ปฏิเสธที่จะออกมาแถลงข่าวในเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลว่า ตนไม่อยากจะพูดถึง

ก็จะให้ศิลปินอย่างตูนมาพูดได้อย่างไรเล่าว่า กลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้วยเหตุผลด้านธุรกิจ จริงมั้ยตูน ?


วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อย่ามาว่า นายกฯยิ่งลักษณ์แสนร่าน ของฟายแดงนะ






ฟายแดงมันไม่เคยยอมรับความจริง เพราะมันคือฟายแดง ถ้ามันยอมรับความจริงได้ มันย่อมไม่ใช่ฟายแดง

ประชาธิปไตยแบบโง่ ๆ ของฟายแดง ย่อมได้นายกฯ โง่ๆ แบบยิ่งลักษณ์

ประชาธิปไตยแบบชั่วๆ ของฟายแดง ย่อมได้ เป็ดเหลิมแสนชั่ว เป็นรองนายกฯ

การที่ยิ่งลักษณ์หนีไปโฟร์ซีซั่น เธอบอกที่ไปคุยไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่กลับตอบไม่ได้ว่าไปคุยเรื่องอะไร ? แถมบอกว่า เป็นสถานที่เปิดเผย ?

แถมแอบหนีไปในเวลาราชการ ไม่กล้าเปิดเผยรายชื่อคนที่ไปคุยด้วย และไม่ยอมให้นักข่าวที่ติดตามนายกฯ ตามไปทำข่าวด้วย โดยให้คนสนิทบอกนักข่าวว่า "นายกฯจะไปทำผม"

ถ้าไม่ให้นักข่าวตามไป ไม่สามารถบอกได้ว่าคุยกับใคร และไม่สามารถบอกได้ว่าคุยเรื่องอะไร แถมโดดประชุมสภาไปที่ชั้น 7 ห้องexecutive โรงแรมโฟร์ซีซั่น ซึ่งไม่ใช่ใครก็ได้จะเดินขึ้นไปใช้ห้องนี้ได้ตามสะดวก

พอขอดูกล้องวงจรปิด ว่านายกฯ ขึ้นไปห้องไหน มีใครขึ้นไปบ้าง ยังไม่ให้ดูเลย อ้างเป็นเรื่องส่วนตัวลูกค้า

นี่คือ ความแหลของยิ่งลักษณ์ จริง ๆ

-------------

คอลัมภ์นิสต์หญิงอเมริกันผิวสี ก็ได้เขียนบทความแซวว่า

ยิ่งลักษณ์อาจจะได้ไปทานอาหารค่ำที่ทำเนียบขาวเร็วๆ นี้ก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่า ถ้านาง มิเชล โอบามา ยอมตกลงด้วย !! 555



"นายกฯยิ่งลักษณ์ ยอมเสียสละ เอาตัวเข้าแลกเพื่อผลประโยชน์พี่ชาย ชั่งน่ายกย่องจริงๆ เลยพวกเรา" ฟายแดงปลื้มมีนายกฯ หญิงร่านคนแรกของโลก


---------------

ยิ่งลักษณ์ให้ท่า ?

ผู้หญิงให้ท่าผู้ชาย ผิดหรือไม่ ?

ตอบว่า ไม่ผิดหรอก แต่ต้องฉลาด รู้จักให้ แบบไว้เชิงกุลสตรี

แต่ถ้าคนมีลูกมีผัวแล้ว แต่ดันไปให้ท่าชายอื่น แบบนี้ผิดหรือไม่ ?

คำตอบคือ ผิดแน่นอน ยิ่งถ้ามีลูกชายที่เล่นเน็ตเป็น เกิดลูกชายไปเห็นข่าวแม่ตัวเองให้ท่าผู้ชายฉาวกระฉ่อนโลก ลูกชายจะภูมิใจในตัวแม่ของตัวเองมั้ย ?



-----------------------


คำจากเฟซบุ๊ค ใหม่เมืองเอก

คนที่บอกว่ารักประชาชน เขาย่อมไม่มีวันทิ้งประชาชนไปไหน

คนที่บอกว่าห่วงใยประชาชน เขาย่อมไม่มีวันหนีเอาตัวรอดคนเดียว ตระกูลเดียว

แล้วคนที่มันบอกให้ประชาชนออกมาไปสู้ตายแทนมัน ส่วนมันกลับให้ญาติพี่น้องของมันหนีไปช้อปปิ้งเมืองนอก

แล้วคนที่มันบอกจะกลับมานำประชาชนทันที เมื่อเสียงปืนนัดแรกดังขึ้น สุดท้ายมันก็ไม่เคยกลับมา

เหตุที่ประเทศไทยมันไม่เจริญ ก็เพราะมีคนโง่จำนวนมากที่ยอมให้ตัวเฮี่ย หลอกได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นเอง

ใหม่เมืองเอก akecity






คลิกอ่าน ทำไม โอบามา ถึงไปกอดยิ่งลักษณ์ ที่กัมพูชา ?


วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ตัน อิชิตัน คือ เจ้ามือการพนัน ออกเบอร์ !!






คุณผู้อ่านรู้จัก การเล่นออกเบอร์ ไหมครับ ?

การเล่นออกเบอร์ คือการเขียนเลข ตั้งแต่ 00 ถึง 99 แล้วเอามาขายให้คนมาซื้อไป แล้วแต่ว่าจะขายเบอร์ละเท่าไหร่ อย่างเช่นสมัยก่อนทองสลึงละ 2,200 บาท เขาก็จะขายเบอร์ละ 30 บาท ถ้าขายได้ 100 เบอร์ ก็จะได้เงิน 3,000 บาท ส่วนเกิน 800 บาท เจ้ามือก็เอาไปเป็นกำไร

ใครอยากซื้อหลายเบอร์ก็ได้ แล้วเขาจะรอคอยหวยรัฐบาลที่ออก ถ้าเลขท้าย 2 ตัว ได้เลขอะไร คนที่ซื้อเบอร์นั้นไป ก็จะได้ทองไป 1 สลึง

นี่คือการเล่นออกเบอร์ รางวัลอาจจะเป็นของอย่างอื่นก็ได้ ที่ไม่ใช่ทอง ซึ่งถือเป็นการพนัน หรืออบายมุขชนิดหนึ่ง

-------------------------

อิชิตัน ก็ใช้กลยุทธหวยออกเบอร์ล่อคนให้ซื้อลุ้นทอง 1 ล้านบาท ก็ถือว่า เป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง ที่เอารางวัลมาล่อให้คนซื้อ เพื่อหวังได้รหัสใต้ฝาไปส่งไปเพื่อลุ้นทองทุกวัน ถ้าอยากได้ลุ้นทุกวัน ก็ต้องเปิดใต้ฝาขวดใหม่ทุกวัน หรือซื้อทุกวัน เพื่อเอารหัสใต้ฝา

นี่คือการตลาดที่ง่ายที่สุด เพราะไม่ได้ใช้การโฆษณาประโยชน์อะไรของสินค้าเลย แค่ใช้รางวัลมาล่อให้คนโลภอยากได้ทองไปซื้อของมาเท่านั้น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับซื้อหวย หรือเล่นออกเบอร์เลย

นั่นเพราะกฎหมายไทยมันห่วย ที่เปิดโอกาสให้มีการลุ้นใต้ฝาได้อีก นี่จัดเป็นการตลาดที่แย่มากในสายตานักการตลาด ซึ่งในต่างประเทศเขาจะห้ามการใช้วิธีแบบนี้ คือ การขายที่ไม่เน้นเรื่องสินค้า เน้นแต่เอาของรางวัลมาล่อ 

คล้ายกับสมัยก่อนที่ขนมหลอกเด็ก ใส่ของเล่นมาในซองมาล่อให้เด็กซื้อ โดยที่คุณภาพขนมอาจไม่ดี หรือไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย จนต่อมาอย.เขาห้ามใช้วิธีนี้ในการตลาดของขนมไปแล้ว หากยังมีคือการลักลอบทำ

และแน่นอนชาเขียวอาจไม่ได้แย่ขนาดขนมหลอกเด็กห่วยๆ แต่ชาเขียวใส่ขวด ก็เป็นแค่น้ำหวานเท่านั้น หาได้มีคุณประโยชน์อะไรเท่าไหร่ แถมต้นทุนในแต่ละขวดก็ต่ำมาก ๆ ซึ่งผมจะแจกแจงเรื่องนี้ในบทความตอนต่อไป

ส่วนชาเขียวไร้ประโยชน์อย่างไร แนะนำให้ไปอ่านบทความเก่าของผม เรื่อง วันนี้คุณเลิกดื่มชาเขียวแล้วรึยัง ? คลิก!!

------------------------

เพราะอิชิตันทำได้ M150 เลยกลับมาใช้กลยุทธเผิดฝาลุ้นโชคอีกครั้ง

หลังจากที่มีกฎหมายห้าม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกชนิด ใช้การลุ้นโชค เพราะแต่ก่อนทั้งกระทิงแดง เอ็ม150 จะใช้วิธีการลุ้นใต้ฝาแลกของรางวัล

แต่พอผ่านไปหลายปี อิชิตันกลับมาใช้วิธีนี้อีก ผมก็สงสัยว่า ทำไมถึงปล่อยให้มีแบบนี้เกิดขึ้นได้อีก และวันนี้ M150 ก็กลับมาให้ลุ้นมอไซค์ใต้ฝาและของรางวัลอื่น ๆ อีกแล้ว ไม่มีใครไปเอาผิด 

คนไทยเป็นพวกบ้าการพนันที่สุดชาติหนึ่ง หากดื่มอิชิตันอยู่แล้ว และลุ้นโชคไปด้วยก็คงไม่แปลก แต่บางคนไม่ได้ชอบดื่มชา แต่ซื้อชามาหวังลุ้นโชคเท่านั้น นี่คือการหลอกให้คนเสพอบายมุข โดยมีคุณตัน เป็นเจ้ามือ

ผมไม่รู้ว่าคุณตันจะรู้หรือไม่ ว่านี่คือการส่งเสริมคนเสพอบายมุข การพนัน นั้นเป็นบาปอย่างหนึ่ง

ผมไม่สนหรอกว่า ที่ผ่านคุณตันจะเคยใช้เงินบริจาคอะไรมาบ้าง คุณตันใช้เงินทำประโยชน์แค่ไหน เพราะคนเราต้องหัดแยกแยะดีชั่ว

แต่วันนี้ผมสนใจในปัจจุบันว่า นี่คือวิธีการตลาดที่ผิด และต่ำทรามมากๆ โดยเฉพาะในสายตานักการตลาดในต่างประเทศ

ส่วนเรื่องกำไร และกลยุทธการตลาดแบบคุณตัน ผมว่าจะเขียนลงลึกในบทความต่อไปอีกที ว่ากลยุทธลุ้นฝา สร้างกำไรให้คุณตันขนาดไหน

ยิ่งตอนนี้มีการแจกรถเพิ่มอีก ยิ่งแสดงว่า คุณตันได้กำไรจากกลยุทธการตลาดแบบนี้มาก จึงต้องยืดอายุโครงการ และเพิ่มของรางวัลล่อใจคนมากขึ้น !!




------------------

(2 พ.ย. 50) อย. จึงได้เชิญผู้ประกอบการเครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน 17 บริษัท มาประชุมเพื่อขอให้ระงับการส่งเสริมการขายในลักษณะการชิงโชคของรางวัล หลังจากที่ อย. ได้เฝ้าระวังการโฆษณาเครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน และพบว่ามีหลายบริษัทโฆษณาเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนด้วยการให้ผู้บริโภคชิงโชคใต้ฝาเพื่อแลกของรางวัลต่างๆ เช่น เสื้อ รถมอเตอร์ไซต์ รถกระบะ ทอง เป็นต้น

ซึ่งเป็นการผิดหลักเกณฑ์การโฆษณาเครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ปี 2546 ในข้อ 5 ที่ระบุให้การโฆษณาเครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน ต้องไม่โฆษณาในลักษณะการแถมพก หรือให้รางวัลด้วยการเสี่ยงโชค หรือมีการให้ของแถม

นอกจากนี้ยังเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอาหาร เนื่องจากเป็นการแสดงข้อความที่ระบุรางวัลไว้ใต้ฝาเพิ่มเติมจากที่ได้รับอนุญาต จัดเป็นการแก้ไขรายการตำรับอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามมาตรา 36 ซึ่งมีบทลงโทษตามมาตรา 67 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


คลิกอ่าน ชาเขียวพร้อมดื่มอันตรายกว่าน้ำอัดลม


--------------


สรุป กรณีไอ้คุณตันรอดไม่เข้าข่ายการส่ง sms เล่นการพนัน เพราะไม่มีค่าส่งรหัสและรอดตรงที่ชาเขียวมีค่าคาเฟอีนไม่เกินกำหนด เพราะกฎหมายเก่ายังไม่ครอบคลุมชาเขียว เพราะยังไม่มีการแก้ไขให้ทันสมัย

แต่สำหรับกรณี ซื้อของแล้วได้เบอร์ใต้ฝาเพื่อส่งลุ้นโชค กลับไม่มีหน่วยงานไหนมาสนใจ ทั้ง ๆ ที่ ตามหลักศีลธรรมมันคือ การหลอกให้คนเล่นหวยออกเบอร์

เหมือนใช้ตัวสินค้าเป็นแค่ของบังหน้า ในการแฝงขายหวยเท่านั้น

ต้องยอมรับว่า มันมีช่องโหว่ทางกฎหมาย เพราะมันไม่ใช่การเปิดฝาได้เบอร์แล้วได้รางวัลทันที แต่มันต้องส่งรหัสใต้ฝาต่ออีกทอด มันเลยไปเข้าข่ายการส่งชิงโชคแทน เฮ่อ..

ชั่งมันเถอะ ใครรวยเพราะมอมเมาคนให้เล่นอบายมุข กรรมจะติดตามเขาไปตลอดเอง


---------------------

วันก่อนผมได้ดูรายการ วัฒนธรรมชุบแป้งทอด

พิธีกรเขาถามคนญี่ปุ่นที่อยู่ในเมืองไทยว่า "เคยกินชาเขียวใส่ขวดของไทยไหม เป็นยังไงบ้าง"

คนญี่ปุ่นตอบว่า "เคยกินครั้งเดียว หวานมาก แต่สำหรับความเห็นผมนะ ผมว่ามันไม่น่าจะเรียกว่าชาเขียว"


คลิกอ่าน กลยุทธรวยหลอกแดกของตัน อิชิตัน



วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เรื่องที่สรยุทธ ไม่อยากเล่าเช้านี้






ก่อนอื่นขอย้ำก่อนว่า การที่ปปช.ชี้มูลความผิดสรยุทธเรื่องคอรัปชั่นนั้น แม้ศาลยังไม่ตัดสินว่ามีความผิดจริงหรือไม่?

แต่การที่สรยุทธ เป็นคนเล่าข่าวเพื่อเงินเป็นหลัก มากกว่าอุดมการณ์ นั้น หากได้ช่วยเสียสละรายได้ลงสักนิด โดยให้ลูกน้องอย่าง น้องไบร์ท มาจัดคู่กับ ไก่ ภาษิต ในเรื่องเล่าเช้านี้ และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์แทน เป็นการชั่วคราวก่อน ก็คงจะช่วยสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้แก่วงการสื่อสารมวลชนไม่น้อย

เพราะสรยุทธ จัดว่า เป็นคนดังที่สุดในวงการข่าว หากสรยุทธแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม แม้ภายหลังจะถูกตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิดก็ตาม ก็จะทำให้วงการสื่อได้บรรทัดฐานใหม่ว่า

เมื่อถูกกล่าวหาว่าคอรัปชั่น ก็แสดงสปิริตหยุดดำเนินรายการชั่วคราว จนกว่าความจริงจะกระจ่าง ซึ่งนั่นจะทำให้สรยุทธ ไม่ได้เป็นแค่สื่อที่หน้่าเงิน แต่จะกลายเป็นสื่อที่มีอุดมการณ์ต่อต้านคอรัปชั่นไปด้วย

-------------------------------

เรื่องที่สรยุทธ ไม่อยากเล่าเช้านี้

สรยุทธ โดนกล่าวหาเสมอๆ ว่า เป็นสื่อของเสื้อแดง เพราะรายงานข่าวเข้าข้างรัฐบาลเพื่อไทย และเกรงใจเสื้อแดงมาโดยตลอด

และปกติมีข่าวดังๆ และคลิปดังๆ มากมาย ในโลกออนไลน์ ที่สรยุทธมักนำออกมาเล่าหากิน สร้างกระแสได้ไม่น้อย

แต่เรื่องที่ผมคาดว่า สรยุทธจะไม่กล้านำมาเล่า มีดังนี้

เรื่องแรก ช่อง 3 เซ็นเซอร์คำว่า "ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น" ออกจากละครแรงเงา

ปกติละครแรงเงาที่กำลังโด่งดัง จนใครต่อใครเขาจัดให้เป็น วันแรงเงาแห่งชาติ กันไปแล้วนั้น รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ก็เกาะติดกระแสแรงเงามาตลอด เพราะนำมาเล่าข่าวอย่างสม่ำเสมอ แต่ผมกลับไม่เห็นสรยุทธ เล่นข่าวแรงเงาเรื่องนี้เลย

จากรายงานแนวหน้าออนไลน์

กลายเป็นข่าวฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งในโลกออนไลน์ เมื่อละคร “แรงเงา” ที่ใกล้จะอวสานอยู่เต็มแก่ในขณะนี้ ถูก “มือดี” สั่งเซ็นเซอร์บทพูดที่เกี่ยวกับ “โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์” เอาแบบดื้อๆ ไปซะงั้น

โดยบทดังกล่าวเป็นการสนทนาระหว่างมุนินทร์และวีกิจในห้องพักสุดหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งฝ่ายสาวเจ้าเป็นฝ่ายพูดก่อนว่า “นึกว่า Four Seasons” พระเอกหนุ่มจึงแกล้งถามกลับไปว่า “คุณเคยไปด้วยหรือครับ” ซึ่งตามบทนางเองจะต้องกระเซ้ากลับมากว่า “เคยค่ะ แต่ไม่เคยไปชั้น 7 นะคะ”

แต่ก็ไม่รู้ว่า ด้วยเหตุผลกลใด ไอ้เจ้าประโยคสุดท้ายกลับถูกดูดเสียงหายไปดื้อๆ ทั้งๆ ไม่ว่า จะดูหรือฟังยังไงก็ไม่เห็นว่าจะมีฉากไหนหรือช็อตไหนที่มันบ่งบอกว่า “หยาบคาย”

งานนี้ หลายคนเลยต้องพากันมาระบายผ่านโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค พร้อมกับเดาสุ่มถึงสาเหตุไปต่างๆนานา แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่แคล้วพยายามวกเข้าเรื่อง “ว.5 ชั้น7 โฟร์ซีซั่นส์” อันลือลั่นเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา

โดยบ้างก็ว่า “มันกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงทางจิตใจของทั่นผู้บริหารประเทศ ขอรับ 555+”

บ้างก็ว่า “สงสัยท่านผู้นำจะดูอยู่ เลยเกรงจะกระทบจิตใจท่านน่ะ”

“ความจริงไม่มีอะไรร้ายแรงเลย มีแต่ใครสักคนที่ร้อนตัวขึ้นมากระทันหันน่ะนะ”

ขณะที่บางคนก็เขียนทิ้งเอาไว้แบบค้างๆ คาๆ ว่า งานนี้ต้องเกี่ยวกับ “ของแสลง” ชัวร์!!

แต่จะแสลงใคร .. แสลงแค่ไหน .. ต้องไปถามนายกฯปู ... กร๊ากๆๆๆ (แนวหน้า)



ผมเลยขอถามว่า คำว่า ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น มันหยาบคายตรงไหน ถึงต้องถูกเซ็นเซอร์ ?

หรือว่า มันมีเรื่องน่าเกลียด น่าอาย เกิดที่นั่นจริงๆ ถึงต้องปกปิดกันนัก อย่าทำเป็นปูสันหลังหวะนักเลย ยิ่งเซ็นเซอร์ กลับยิ่งทำให้คนเขายิ่งเชื่อว่า มันมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดที่นั่นจริงๆ

ถามว่า แล้วประเทศไทย ปกครองด้วยระบอบอะไร?

ประชาธิปไตย หรือ ประชาธิปควายแดง กันแน่??

ตอบหน่อยซิ ?


-------------------------------


เรื่องที่ 2 คือ คลืปล้อเลียนยิ่งลักษณ์ยั่วยวนโอบามา

เว็บไซค์ต่างประเทศหลายแห่ง ได้จับประเด็นที่ยิ่งลักษณ์ส่งสายตาหวานฉ่ำให้โอบามา ตลอดงานต้อนรับ จนมีเว็บไซด์ต่างชาติ ทำคลิปออกมาล้อเลียน

ซึ่งปกติสรยุทธ ชอบที่จะนำเสนอคลิปขำๆ ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้อยู่เสมอๆ  แต่ผมคาดว่า คลิปนี้ สรยุทธไม่กล้าแตะแน่นอน 555



นี่ยังไม่รวมอีกหลายเว็บ และหลายสื่อ ที่เล่นประเด็นข่าวเชิงชู้สาวกับยิ่งลักษณ์นะครับ นี่

ไม่รู้ ทักษิณพี่ชายยิ่งลักษณ์ จะร้องไห้น้ำตาเล็ดเพราะภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้อีกหรือเปล่า ? ที่ได้สั่งสอนจริตมารยาหญิง หลาย 100 เล่มเกวียนให้ยิ่งลักษณ์ จนฉาวไปทั่วโลกได้ขนาดนี้

แล้วไม่รู้ว่า สมัยตอนทักษิณเลียผู้มีอำนาจตั้งแต่ได้สัมปทานมือถือ และจนได้สัมปทานดาวเทียม ไม่รู้ได้ประเคนน้องสาวไปตอบแทนค่าสัมปทานแก่ผู้มีอำนาจในขณะนั้นบ้างรึเปล่า?

ส่วนฟายแดงเอง ก็ตามไปด่า เพจเจ้าของคลิปล้อยิ่งลักษณ์นั้นด้วย

แทนที่จะด่านายกฯที่ฟายแดงเลือกมาเอง ว่าทำตัวไม่ดี ฟายแดงดันไปด่าคนอื่นเขา โทษคนอื่นเขา นี่แหละสันดายฟายแดงแท้ๆ

หากยิ่งลักษณ์วางตัวให้ดี ให้สมกับการเป็นผู้นำประเทศ ก็คงไม่มีใครหาประเด็นมาล้อเลียนได้หรอก

แทนที่โอบามามาเยือนไทย ที่คาดว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะได้หน้าได้ตา แต่กลับกลายเป็นว่า ได้ทำให้คนไทยต้องอับอายขายขี้หน้าคนทั้งโลก เพราะความไร้ภาวะผู้นำของยิ่งลักษณ์แทน

เฮ่อ.. นายกของฟายแดง ก็งี้แหล่ะ

ประชาธิปไตยของคนโง่คนชั่ว เลยได้นายกฯที่ทั้งโง่ทั้งร่าน !!



คลิกอ่าน เมื่อยิ่งลักษณ์เข้าเฝ้าควีนอังกฤษ


วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ชมภาพงดงามเมื่อ โอบามา เยือนไทย







สถานที่แรกที่นายโอบามา ไปเยือนก็คือ วัดโพธิ์

โอบามา และนางฮิลลารี มาถึงไทยแล้ว และโอบามา ได้อยู่ในสายพระเนตรขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปางไสยาสน์แล้ว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองแห่งกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ แห่งวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม แล้วด้วย

ฉะนั้น สหรัฐ จงอย่าได้คิดมาตักตวงกอบโกยทรัพยากรจากผืนแผ่นดินราชอาณาจักรไทย ด้วยกลเล่ห์เพทุบายล่ะ

ไม่งั้น กฎแห่งกรรมจะสนองสหรัฐทันตา แต่หากมาด้วยมิตรภาพและเจตนาดีที่จริงใจ ความสุขความเจริญก็จะมีแก่พวกท่าน










นายบารัค โอบามา ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ โรงพยาบาลศิริราช

จากรูป นายโอบามา ทูลเกล้าถวายสมุดอัลบั้มพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ที่ทรงเคยฉายพระรูปร่วมกับอดีตประธานาธิบดีที่ผ่านมาทุกคน







รูปนี้เป็นรูปที่ถ่ายในทำเนียบรัฐบาล ถือเป็นรูปที่สวยงาม เพราะองค์ประกอบพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ด้านหลัง ซึ่งเป็นการย้ำเตือนว่า ที่นี่คือแผ่นดินของพระมหากษัตริย์ เป็นราชอาณาจักรไทย

ฉะนั้น หากยิ่งลักษณ์จะทำอะไร จะคิดอะไร ก็ให้เห็นแก่แผ่นดิน แก่ประเทศชาติให้มากเป็นอันดับแรก หากคิดคดทรยศชาติ ระวังจะไร้แผ่นดินอยู่อาศัยเหมือนพี่ชายทรรราช จำไว้



คลิกอ่าน โอบามาหลอกด่ายิ่งลักษณ์

คลิกอ่าน ยิ่งลักษณ์เข้าเฝ้าควีนอังกฤษ



วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

นายกฯ ยิ่งลักษณ์เข้าเฝ้าควีนอลิซาเบธที่ 2






ภาพงดงาม ที่ผู้นำรัฐบาลไทยถอนสายบัวแก่กษัตริย์อังกฤษ

Buckingham Palace has released this photo of Queen Elizabeth II greeting Thai Prime Minister Yingluck Shinawatra in London yesterday. REUTERS


นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ได้เข้าเฝ้าถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 ที่พระราชวัง บัคกิ้งแฮม ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ ที่นายกรัฐมนตรีของไทยได้เข้าเฝ้าพระองค์อย่างเป็นทางการในพระราชวังบัคกิ้งแฮม ครับ

(ก่อนหน้านี้นายอภิสิทธิ์ ก็เคยเข้าเฝ้า ในฐานะประธานอาเซียน และเข้าเฝ้าพร้อมๆ กับผู้นำอีกหลายประเทศ ในการประชุม G20)


ซึ่งภาพจากรอยเตอร์ ใช้คำนำหน้ายิ่งลักษณ์ว่า Thai Prime Minister

แต่ถ้าเป็นภาพจากเพจ The British Monarchy ซึ่งเป็นภาพที่แม้แต่เพจYingluck Shinawatra ได้แชร์มาลงเพจในวันแรกนั้น กลับใช้คำนำหน้ายิ่งลักษณ์ ว่า Mrs. ซึ่งแปลว่า นาง

ถ้าจะมองแบบเข้าข้างยิ่งลักษณ์ ก็ต้องบอกว่า เพจ The British Monarchy ตกข่าวจริงๆ ที่ใช้คำนำหน้าผิด เพราะยิ่งลักษณ์ ยังใช้คำนำหน้าว่า นางสาว (Miss) อยู่เลย ทั้งๆ ที่เธอมีลูกมีผัวแล้ว

คลิกดูเพจ The British Monarchy ที่นี่

แต่ถ้ามองแบบไม่เข้าข้างยิ่งลักษณ์ ก็ต้องมองว่า เพจThe British Minister ได้ทำถูกต้องแล้ว เพราะอังกฤษเขาถือว่า สตรีมีผัวมีลูกแล้ว ต้องใช้คำหน้าว่า นาง โดยเฉพาะผู้นำประเทศทั่วโลก ถ้ามีลูกมีผัวแล้วก็ต้องแต่งงานจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายแล้วเท่านั้น

ส่วนนางสาวยิ่งลักษณ์ สะตอแหล ไม่ยอมเป็นนาง เพียงเพื่อหวังผลประโยชน์ทางธุรกิจ เช่นเลี่ยงภาษีของภรรยาตามกฎหมายเก่า และกลัวผัวที่มีฉายาจอมฟันพนักงานสาวในออฟฟิศ จะโกงสมบัติของเธอ เอาไปแบ่งพวกเด็กๆ

------------------------

กษัตริย์ทุกชาติ ทรงมีฐานะสูงกว่า ประธานาธิบดีทุกชาติ

เวลา ผู้นำรัฐบาลจากชาติต่างๆ โดยเฉพาะผู้นำหญิง หรือภรรยาประธานาธิบดี มาเข้าเฝ้ากษัตริย์ของประเทศใดนั้น ก็ต้องถอนสายบัวให้กษัตริย์

แต่ถ้าผู้นำรัฐบาลหญิง ไปพบประธานาธิบดีสหรัฐ ไม่ต้องถอนสายบัวให้ เพราะนายกรัฐมนตรีมีฐานะเทียบเท่าประธานาธิบดี

นั่นเพราะกษัตริย์มีฐานะอยู่สูงกว่าประธานาธิบดีทุกชาติ

และหากปธน. สหรัฐ จะเข้าเฝ้ากษัตริย์ ก็ต้องก้มหัวให้กษัตริย์ครับ

ฉะนั้น จงภูมิใจที่ประเทศไทยยังคงรักษาสถาบันกษัตริย์ให้คงอยู่ ขอให้คนไทยจงภูมิใจในความเป็นราชอาณาจักรไทยครับ

แนะนำอ่าน ประธานาธิบดีสหรัฐฐานันดรเท่ากับนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

-------------------------

หากควีนอังกฤษ ทรงรับรู้ถึงความโง่ของยิ่งลักษณ์ 

ควีนก็อาจจะไม่ทรงอยากให้ยิ่งลักษณ์เข้าเฝ้าก็ได้



มีหลายครั้ง ที่ยิ่งลักษณ์โชว์โง่ เกี่ยวกับประเทศในเครือจักรภพ เช่น

ยิ่งลักษณ์ ไปออสเตรเลีย ก็ดันเรียกนครซิดนีย์ว่า ประเทศซิดนีย์

หรือเช่น ยิ่งลักษณ์ เคยเสร่อเรียกนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นประธานาธิบดีมาเลเซีย ทั้งๆ ที่มาเลเซียเขามีกษัตริย์

หรือจะเป็นโชว์โง่ ทักทายนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นอดีตประเทศในอาณานิคมอังกฤษด้วยประโยคทักทายว่า Overcome

โชคดีนะ ที่ควีนอังกฤษคงไม่ทรงทราบเรื่องเหล่านี้ ถ้าพระองค์ทรงทราบก็คงไม่อยากจะพบผู้นำหุ่นเชิดทรราชที่แสนโง่นางนี้หรอกครับ 555

นี่ยังไม่นับรวมกิริยามารยาทที่ไม่สมกับความเป้นผู้นำประเทศของยิ่งลักษณ์ที่มีอีกเพียบนะ

แม้พวกฟายแดงจะหลงใหลความสวยแต่โง่ของเธอก็ตาม

แต่ถ้าเรามองอย่างเป็นกลาง กิริยาท่าทางของยิ่งลักษณ์นี้ จัดได้ว่าเป็นกิริยาแพศยาชัดๆ เลยครับ 5555

ไม่สมกับการเป็นผู้นำประเทศเลยจริง ๆ นี่เพราะความหลงประชาธิปไตยแบบโง่ๆ ของพวกฟายแดงนี่แหละ ถึงได้หลงใหลมองไม่เห็นความแพศยากาลกิณีของยิ่งลักษณ์

ที่จริงผมมีรูป กิริยาแพศยาของยิ่งลักษณ์เพียบ แต่นี่ให้ดูแค่เบาะ ๆ ก่อน 555





แพศยา หมายถึง หญิงสำส่อน

เช่น นางแพศยาโดดงานราชการ ไปเอาอยู่ที่โฟร์ซีซั่น เป็นต้น 555


คลิกอ่าน ยิ่งลักษณ์เรียนจบปริญญาโทที่ไหน

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ยิ่งลักษณ์จบปริญญาโทที่ไหน? อภิสิทธิ์รู้สึกอย่างไรหลังโดนถอดยศ?







หลังจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดนถอดยศ ร้อยตรี แล้ว ผู้สื่อข่าวได้ไปถามความรู้สึกว่าเป็นอย่างไร





ถึงแม้จะโดนถอดยศ แต่นายอภิสิทธิ์ไม่เคยรู้สึกสะทกสะท้าน ยังอารมณ์ดีเหมือนเดิม 555





หลังจากถูกถอดยศ ร้อยตรี ที่นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ใช้นำหน้าชื่อตัวเองมานานแล้ว นายอภิสิทธิ์ ก็ได้ขึ้นเวทีเดินหน้าผ่าความจริง ประกาศกร้าวว่า

"เรื่องถอดยศต้องไปถึงหลายศาลแน่ๆ พลอากาศเอกสุกำพล ท่านกำลังจะพาอีกหลายคนติดคุกไปกับท่านด้วย"

นายอภิสิทธิ์ ถูกถอดยศ แต่ไม่ยึดติด ถอดก็ถอดไป แตกต่างจากนักโทษหนีคดีอาญาที่สิ้นสุดแล้วบางคน ปากบอกไม่ยึดติดยศ แต่ถ้าใครถอดยศกู มึงอยู่ไม่สุขแน่ 55

--------------------------------


หลายคนอาจสงสัย ว่าทำไมนายกฯยิ่งลักษณ์ ถึงโชว์ภาษาอังกฤษแบบโง่ๆ บ่อยนัก เลยสืบหาว่า ตกลงยิ่งลักษณ์จบปริญญาโท จากที่ไหนนะ ถึงได้ปัญญาเอ๋อ ขนาดนี้



อ๋อ ที่แท้ เธอจบจากที่ ม.เคนตั๊กกี้ ฟรายชิกเค่น นั่นเอง 5555

(มุขนี้ผมเอาฮาครับ ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ความจริงมันน่าจะเป็นเรื่องจริงนะ 555 แต่ความจริง ยิ่งลักษณ์จบปริญญาโทจาก มหาวิทยาลัยเคนตัํกกี้ ิแห่งเมืองแฟรงก์เฟิร์ด USA)



ควันหลง เมื่อวันที่ยิ่งลักษณ์ ไปทำบุญที่นครศรีธรรมราช ก็ได้โชว์เอ๋อ เรียกจังหวัดใหม่อีกแล้วครับพี่น้อง 555


(ไม่มีคลิปที่เธอพูดผิด  แต่เป็นการบอกเล่าของผู้สื่อข่าวที่ติดตาม เล่าฮา ๆ ต่อ ๆ กันมาว่าเธอพูดแบบนี้)



ต่อมาเธอไปประชุมที่บาหลี อินโดนีเซีย ก็โชว์เอ๋อนานาชาติอีกแล้วครับท่าน

โพย เขียนกำกับไว้ว่า thank you (three times) หมายถึงให้ขอบคุณที่ประชุม 3 ครั้ง

แต่นังเอ๋อ เจือกอ่าน Thank you three times (แทงกิ้วทรีทาม) ควายมะ ?? 5555






ไอ้เรื่องแทงกิ้วทรีทาม รู้สึกจะมีหนังสือพิมพ์ลงว่าเธอเคยอ่านแบบนี้จริง ๆในการไปพูดบาหลี แต่ไม่รู้ว่าความจริงเป็นจริงแค่ไหน เพราะไม่มีคลิปยืนยัน


วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สนามบางกอกฟุตซอล ประจานความชั่วรัฐบาลยิ่งลักษณ์







หลังจากผมได้นำเสนอบทความตอนที่แล้ว เรื่อง ทำไมสนามบางกอกฟุตซอล อารีน่า สร้างเสร็จช้า ? ไปแล้ว

ในบทความนั้น มีเอ่ยถึงที่ ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ พูดว่า วิศวกรรมสถาน ว่าได้รับรองเรื่องความความปลอดภัยตัวอาคารสนามฟุตซอลแล้ว แต่วันต่อมา ทางวิศวกรรมสถาน ก็ออกมาปฏิเสธ ตามนี้

นายธเนศ วีระศิริ เลขาธิการ วสท. ยอมรับว่า ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารตามที่ กทม.ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์มาในวันที่ 30 ตุลาคม และยืนยันว่า ระบบโครงสร้างไม่มีความผิดปกติ หรือบกพร่องที่บ่งชี้ให้เห็นความวิบัติของโครงสร้างอาคาร และ วสท.ไม่มีอำนาจออกใบรับรองมาตรฐานสนามฟุตซอลที่เป็นลายลักษณ์อักษร ตามระเบียบฟีฟ่า

ถ้าเป็นพวกฟายแดง ก็คงดีใจตีปีก ว่า นี่ไงวิศวกรรมสถาน ออกมาปฏิเสธแล้ว นั่นคือความตื้นเขินของสมองหมาปัญญาควายอย่างฟายแดง แท้ๆ 55

การที่ผู้ว่าฯ ให้เกียรติวิศวกรรมสถาน ให้ได้มาช่วยตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ก็เพราะผู้ว่าฯ กทม. ท่านอยากให้เห็นว่า มีหน่วยงานทางวิศวกรรมที่เป็นกลางอีกหน่วยงาน ก็ได้มาตรวจสอบแล้ว

ซึ่งในความจริงแล้ว ผู้ที่มีอำนาจรับรองความปลอดภัยของอาคารทุกอาคารในกทม. ก็คือ สำนักการโยธากรุงเทพ เป็นผู้รับรองตึกทุกตึกในกทม. และเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายอยู่แล้วในด้านนี้ และสำนักการโยธา ก็เป็นผู้คุมงานก่อสร้างอีกด้วย ดังนั้นผู้คุมงาน เป็นผู้อนุมัติงาน ให้ตัวเองได้อยู่แล้วครับตามกฎหมาย

เพียงแต่เมื่อฟีฟ่าร้องขอใบรับรอง ทาง กทม.จึงขอความร่วมมือจากวิศวกรรมสถานฯ ให้เข้ามาช่วยดูด้วย เพื่อให้เป็นองค์กรกลางอีกทางหนึ่ง และแน่นอนว่า วิศวกรรมสถานฯ เองให้ความเห็นว่าอาคารหลังนี้ไม่มีปัญหาในเรื่องโครงสร้างแต่อย่างใด

แปลง่ายๆ ก็คือ หน่วยงานของกทม. เอง ก็มีอำนาจในการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยตัวอาคารอยู่แล้วตามกฎหมาย แต่เชิญวิศวกรรมสถานให้มาช่วยดูอีกหน่วยงาน

----------------------------------

อำนาจหน้าที่สำนักการโยธา กรุงเทพฯ

สำนักการโยธา มีหน้าที่รับผิดชอบการพัฒนาโครงข่ายถนน พร้อมโครงสร้างพื้นฐาน เริ่มตั้งแต่วางแผนงานโยธา ออกแบบถนนและสะพาน การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน การควบคุมการก่อสร้าง การตรวจวิเคราะห์วัสดุก่อสร้าง การบำรุงรักษาถนนและสะพาน การควบคุมอาคาร การดูแลรักษาที่สาธารณะ การสำรวจและแผนที่ที่ดิน ซึ่งภารกิจของสำนักการโยธา ประกอบด้วยการก่อสร้างโครงการต่างๆ เช่น ถนน สะพาน ทางลอด ทางต่างระดับ ทางยกระดับ พร้อมทั้งดำเนินการจัดระเบียบเมืองให้เรียบร้อย สวยงาม ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย เดินทางได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย


-----------------------------------------

เรื่องเอาหน้าปูถนัด เรื่องขายหน้าปูรีบโยนความผิด


สนามฟุตซอล คือ เกมการเมืองจากพรรคเพื่อไทย

จากเฟซบุ๊ค คุณ Noch Hautavanija

๑. ฟีฟ่าเลือกไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนมี.ค. ๒๕๕๓
๒. ภาระการสร้างสนามอยู่ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและและกีฬา
๓. ขณะนั้นชุมพล ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นเจ้ากระทรวง
๔. กทม.ถูกจับให้รับภารกิจนี้หลังฟีฟ่าเลือกไทยเป็นเจ้าภาพแล้ว
๕. ครม.มีมติให้ใช้พื้นที่ที่หนองจอกสร้างสนามเมื่อพ.ย. ๒๕๕๓
๖. ซึ่งพื้นที่นี้เป็นของกทมเอง หลังจากเจ้าของพื้นที่ที่อื่นๆ ปฏิเสธ
๗. กทม.จ้างม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีให้ออกแบบต้นปี ๒๕๕๔
๘. ตามสัญญาม.จะใช้เวลา ๑ ปี แต่กทม.ขอเร่งรัดจนเสร็จใน ๖ เดือน
๙. จากนั้นต้องผ่านความเห็นชอบของรมว.กระทรวงมหาดไทย
๑๐. รมว.มหาดไทยในขณะนั้นคือยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ พรรคเพื่อไทย
๑๑. แล้วเรื่องก็ต้องไปผ่านสำนักงบประมาณของรัฐบาลต่ออีกทีหนึ่ง
๑๒. สำนักงบประมาณยื่นเรื่องเห็นชอบกลับมาปลายเดือนธ.ค.๒๕๕๔
๑๓. เบ็ดเสร็จรัฐบาลเพื่อไทยใช้เวลาในการผ่านความเห็นชอบถึง ๖ เดือนเต็ม!!
๑๔. โดยกทม.ได้ผู้รับเหมาคือบริษัทอีเอ็มซี (มหาชน) ตั้งแต่ก.ค. ๒๕๕๔
๑๕. แต่กว่าจะลงมือก่อสร้างได้จริงก็ล่วงเข้าเดือนม.ค. ๒๕๕๕ แล้ว
๑๖. สิริเวลาในการก่อสร้างสนามแห่งนี้จนถึงวันนี้ต่ำกว่า ๑๐ เดือนเต็ม
๑๗. ในส่วนงบประมาณรัฐบาลปชป.อนุมัติวงเงิน ๑,๒๓๙ ล้านบาท
๑๘. ซึ่งเป็นวงเงินที่อนุมัติไว้เมื่อเดือนพ.ค.๒๕๕๔ ระยะเวลา ๓ ปี
๑๙. นับตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๔-๒๕๕๖
๒๐. นับเป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
๒๑. แต่เมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยขึ้นมาบริหารกลับไม่มีการโอนเงินให้
๒๒. กทม.ขอโอนเปลี่ยนแปลงงบจนได้เงินมา ๔๐๒ ล้านบาท
๒๓. รัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งงบประมาณปี ๒๕๕๕ มาให้แค่ ๑ ล้านบาท!!
๒๔. ขณะนั้นกทม.จะใช้งบสำรองตอกเสาเข็มก่อนก็ยังทำไม่ได้
๒๕. เหตุผลคือแบบยังไม่ผ่านการเห็นชอบ (ซึ่งผ่านเมื่อธ.ค. ๒๕๕๔)
๒๖. ระหว่างนั้นมีการยื้องบประมาณจากกรมบัญชีกลาง
๒๗. และปัญหาโรงงานวัสดุก่อสร้างประสบปัญหาอุทกภัยเมื่อปีก่อน
๒๘. ขณะก่อสร้าง กทม.สั่งพื้นปูสนามจากอเมริกาเมื่อมิ.ย. ๒๕๕๕
๒๙. มีใบกำกับสินค้าว่าส่งมาจากต้นทางตั้งแต่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๕
๓๐. แต่จากใบกำกับสินค้าที่ต้องส่งตรงมาคลองเตย เรือกลับไปที่จีน?!!
๓๑. ซึ่งทำให้เกิดปัญหาส่งออกสินค้าล็อตนี้กลับมาไทยล่าช้า
๓๒. ขณะที่อินดอร์สเตเดียมหัวหมากสั่งพื้นสนามไป ๕ ก.ย. ๒๕๕๕
๓๓. แต่อินดอร์ฯ กลับได้รับพื้นสนามมาติดตั้งแล้วเสร็จก่อนกำหนด
๓๔. ระหว่างนั้นกทม.ตัดสินใจสั่งพื้นสนามจากมาเลเซียไต้หวันและอิตาลี
๓๕. ของล็อตนี้เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อ ๓๐ ต.ค. ๒๕๕๕
๓๖. แต่ฟีฟ่าขอให้กทม.รอพื้นสนามที่สั่งจากอเมริกาที่จะมาถึงใน ๒ วัน
๓๗. ซึ่งสุดท้ายแล้วพื้นสนามจากอเมริกามาถึงไทยเมื่อ ๑ พ.ย. ๒๕๕๕
๓๘. เมื่อถึงกำหนดเส้นตายฟีฟ่าประกาศไม่ให้ใช้สนามนี้แข่งขัน
๓๙. โดยให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ
๔๐. แม้วิศวกรรมสถานของไทยได้ออกใบรับรองความปลอดภัยให้แล้ว

เรียบเรียงโดย คุณ Tamm Ishot สรุปจากบทความ อนุสรณ์สถานบางกอกฟุตซอลอารีนาความตั้งใจที่สูญเปล่าของกทม. โดยรัชญา จันทะรังASTVผู้จัดการออนไลน์ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

คลิกอ่านบทความอนุสรณ์สถานบางกอกฟุตซอลอารีนา ความตั้งใจที่สูญเปล่าของกทม.

-------------------------------

เห็นรึยังครับ นี่คือ ความชั่วของพรรคการเมืองเพื่อไทย ที่เอาเรื่องของประเทศชาติ หน้าตาของประเทศชาติ มาเล่นเกมการเมือง เพื่อหวังดิสเครดิตผู้ว่าฯ กทม. เพื่อหวังผลการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ที่กำลังจะมาถึง

เลวๆ จริง พรรคเพื่อทักษิณ ของฟายแดง

และมีคนถามว่า ถ้ากทม. รู้ว่าเป็นเกมการเมือง ที่รัฐบาลให้งบมาแค่1ล้านบาท จะไปสร้างต่อทำไม น่าจะหยุดสร้างตั้งแต่แรก ?

ขอตอบว่า พูดน่ะพูดง่ายครับ แต่ทำแบบนั้นไม่ได้ง่ายๆ เพราะมันเป็นหน้าที่ของกทม. ที่รับมอบหมายมาแล้ว หากไม่พยายามสร้างอย่างเต็มที่ เดี๋ยวจะโดนหาว่า ละเว้นการทำหน้าที่และไม่พยายามหางบอื่นทำไปก่อน ซึ่งมันต้องสู้กันอีกหลายชั้น และประเทศชาติจะยิ่งขายหน้าหนักกว่านี้เอีก

-------------------------

ความอับอายจากการที่สนามบางกอกฟุตซอล ไม่ได้ใช้ในฟุตซอลเวิร์ลคัพ แน่นอน ทาง กทม. ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้แน่นอน

แต่อยากถามว่า แล้วไอ้คนจ่ายงบประมาณ ทำไมมรึงจ่ายมาแค่ล้านเดียว ในงบปี 55 แล้วรอจ่ายอีกพันกว่าล้านในงบปี 56 วะ

ฟุตซอลชิงแชมป์โลก บ้านมรึงแข่งปีหน้ารึยังไง?

หากจะผิด มันก็ผิดกันทุกฝ่ายนั่นแหละ ที่เอาการเมืองมาทำให้ประเทศชาติเสียหาย

แต่ ผู้ว่า ฯ ก็ได้ยอมรับผิด และขอโทษแล้ว แน่นอนความผิดอื่นๆ หากยังมีทางอาญาอีก ก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม

แต่ไอ้พวกที่มีหน้าที่จ่ายงบประมาณ มรึงเคยยอมรับผิด บ้างมั้ย? สาดดดดดด!!




วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ทำไมสนามบางกอกฟุตซอล อารีน่า สร้างเสร็จช้า ?






สนามบางกอก ฟุตซอล อารีน่า หนองจอก ของกรุงเทพมหานคร ฟีฟ่าประกาศไม่อนุญาตให้ใช้แข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกไปแล้ว

ฝ่ายเพื่อไทยก็เอามาประเด็นนี้ใช้โจมตีผู้ว่าฯ กทม. เพื่อหวังทำลายคะแนนเสียงพรรคปชป. ก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในอีกไม่นานนี้

แต่ใครจะรู้บ้างว่า ที่จริงสนามบางกอกฟุตซอล ไม่ได้สร้างช้าเลย เพราะใช้เวลาแค่286วันเท่านั้น ในการก่อสร้าง 

แถมปัญหาอุปสรรคเกิดจากการวางยาทางการเมืองของรัฐบาลเพื่อไทย ก็มีมากมาย ทั้งการส่งงบก่อสร้างล่าช้า ทั้งการกักวัสดุก่อสร้างที่ส่งมาจากต่างประเทศไว้ที่ด่านให้มาถึงสนามล่าช้ากว่ากำหนด ทั้งให้ศุลกากร กักของตรวจละเอียด ทั้งให้คุณตำรวยหัวขวด ดักจับตรวจรถบรรทุกขนวัสดุก่อสร้างอย่างละเอียด ปล่อยผ่านยาก

แต่ที่เห็นชัดๆ ก็คือ เรื่องงบประมาณก่อสร้าง1,239 ล้านบาท ที่ได้รับการอนุมัติงบในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ไปแล้ว แต่พอเปลี่ยนเป็นรัฐบาลเพื่อไทย ก็จ่ายงบมาในปี2555 แค่1 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 1,238 ล้าน โยกงบประมาณมาจ่ายในปีงบประมาณ2556 แทน

(ข้อมูลบางแห่ง บอกว่า ได้งบจากกรมบัญชีกลางมาบ้างแล้วในปี2554 ประมาณ400ล้านบาท แต่ไม่ยืนยันข้อมูลครับ)

นั่นหมายความว่า ทางกทม.ได้งบก่อสร้างสนาม เพียง1 ล้านบาทในปี55 เท่านั้น  ส่วนที่เหลืออีก1,238 ล้าน กทม.จะได้ ก็ต้องเป็นหลังเดือนตุลาคม 2555ไปแล้ว นั่นคือปีงบประมาณใหม่ปี 2556 ถ้าอย่างเร็วที่สุดที่จะได้งบก็คือ ใน1 พฤศจิกายน 2555


ตัดจากหน้า 340-341 รวมกัน เอกสารฉบับเต็มไปดูได้ที่ http://www.bb.go.th/budget_book/e-Book2555/pdf/03-06.pdf


แต่ฟุตซอลชิงแชมป์โลก จัดในวันที่ 1-18 พฤศจิกายน นะครับ!!

และเนื่องจากมีปัญหาอุปสรรคมาก แถมระยะเวลาก็เหลือน้อยเต็มที การก่อสร้างจึงไม่เหมือนแบบแปลนเดิมที่จะทำออกมาให้สวยงามมาก

เลยเหลือแค่เน้นประโยชน์ใช้สอยให้ทันเวลาเท่านั้น เพราะกทม. ต้องโยกย้ายงบประมาณจากส่วนอื่นของกทม. มาใช้ในการสร้างสนามก่อน เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์เตะถ่วงงบประมาณ !!



แล้วทำไมถึงต้องไปสร้างที่หนองจอก?

ข่าววงในบอกว่า มีผู้มีอำนาจในสมาคมฟุตบอลคนหนึ่ง วิ่งเต้นให้ไปสร้างที่หนองจอก ทั้งๆ ที่ตอนแรกมีการเสนอให้สร้างในตัวเมืองชั้นในมากกว่า (ไม่บอกก็คงรู้ว่าใคร?)

ทีนี้พอฟีฟ่า ไม่ให้ใช้สนามฟุตซอลแห่งนี้แล้ว ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์ ออกมาแถลงว่าอย่างไรบ้าง ?

--------------------------

ผู้ว่าฯ สุขุมพันธ์ จะจัดคอนเสิร์ตประชดฟีฟ่า !!!

ผู้ว่าฯ กทม. ได้กล่าวว่า "ผมยังไมได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการจากฟีฟาว่า ไม่อนุมัติใช้สนามหนองจอกเป็นสนามฟุตซอลชิงแชมป์โลก จึงทำให้เราต้องคาดเดาว่า สาเหตุที่ฟีฟาตัดสินใจไม่เลือกสนามนี้ด้วยเหตุ 1.เรื่องความปลอดภัยของสนาม 2.ความล่าช้าในการสร้างสนาม"

"เรื่องของความล่าช้ายอมรับว่าเกิดขึ้นได้เพราะ กทม.ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างในช่วงเดือน พ.ย.ปี54 ขณะนั้นเกิดปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งการหาผู้รับเหมาก่อสร้างเป็นไปอย่างยากลำบากในสภาวะเช่นนี้ โดยปกติแล้วการสร้างสนามขนาดพื้นที่ 10 ไร่ในพื้นที่จำนวน 3 หมื่นตารางเมตร ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 500 วัน โดย กทม.ได้ตั้งเป้าไว้ว่าแล้วเสร็จใน 270 วัน หากนับตั้งแต่วันที่วางศิลาฤกษ์จนถึงเที่ยงคืนวันที่ 6 พ.ย.55 ใช้เวลา 286 วัน"

"การล่าช้าเพียง 16 วัน ถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับการสร้างอาคารใหญ่ จะเห็นได้ว่าไม่ว่าคุณสร้างบ้านที่ไหนก็ตาม มักจะเกิดปัญหาเล็กๆน้อยๆ ตามจุดต่างๆบ้าง ก็ต้องให้ผู้รับเหมาก่อสร้างทำการแก้ไข ซึ่งเราเองก็ได้มีการแก้ไขตามที่ฟีฟาต้องการแล้ว แต่เพราะเหตุใดฟีฟาถึงไม่ให้เราผ่าน เราสามารถสร้างให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ซึ่งมีเวลาที่ตรวจสอบแก้ไข เราไม่ได้ล่าช้าแบบไร้เหตุผลหรือล่าช้าเกินกว่าการแข่งขัน มีเพียงห้องรับแขกของฟีฟาที่เราทำไม่เสร็จและดูเขาจะไม่พอใจในเรื่องนี้ แต่หากฟีฟ่ามีน้ำใจซักหน่อยก็คงเข้าใจในเหตุจำเป็นของเราได้


ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า "สำหรับเรื่องความปลอดภัยที่เป็นประเด็นใหญ่ในเวลานี้นั้น เรามีหนังสือรับรองจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ตามที่ฟีฟ่าเรียกร้องมา และเมื่อวันที่ 5พ.ย.หรือก่อนประกาศห้ามใช้ 1 วัน เราได้จัดทดสอบอพยพคนจำนวน 650 คนภายในเวลา 3.40 วินาทีดีกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 5.47 วินาที

นอกจากนี้เรายังร่วมมือกับฟีฟ่าทุกกรณีทั้งการทุบคอนกรีดบนอัฒจันทร์เพื่อเปิดทางเดิน หรือเรื่องของพื้นสนาม ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฟีฟ่าก็ไม่ได้ดูข้องใจเรื่องความปลอดภัยแต่อย่างใด"

การแถลงของฟีฟ่าทำให้เราประหลาดใจมาก เพราะส่วนที่ร้องขอเราทำไปหมดแล้ว เวลานี้ผมรู้สึกเหมือนนักมวยที่ยังไม่ได้ขึ้นเวทีแล้วโดนหมัดที่ไม่รู้มาจากไหนตรงเข้าหน้า แต่ผมยังไม่น็อคครับ ผมน็อคยาก" ผู้ว่าฯกทม กล่าว

นอกจากนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังยืนยันว่า กทม.จะแสดงมาตรฐานความปลอดภัยของสนามแบงค็อก ฟุตซอล อารีน่า ให้ฟีฟ่า ได้เห็นด้วยการจัดคอนเสิร์ต พร้อมกับเกมกระชับมิตรของทีมฟุตซอลดาราในวันเสาร์ที่ 10 พ.ย.นี้ พร้อมกับเปิดอัฒจันทร์ชั้น 4 และ 5 ที่เคยถูกสั่งห้ามใช้อีกด้วย

“เราจะแสดงความยิ่งใหญ่ของสนามแข่งขันที่อยู่ในระดับ 1 ใน 5 ของเอเชียให้ทุกคนได้เห็น คอนเสิร์ต วันที่ 10 พ.ย.นี้ จะมีคนเข้ามาชมไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ตอนนี้ผมภูมิใจที่กทม.มีสนามให้ชาวเมืองหลวง เราไม่ได้สร้างให้กับฟีฟ่า แต่เราสร้างให้พี่น้องชาวกทม. ส่วนที่เหลือนั้นเราจะดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จสิ้นตามกำหนดการเดิมคือเดือน เม.ย. ปี 2013”

http://astv.mobi/ACv9raK

------------------------------

ผู้ว่าฯกทม. ขอโทษประชาชน

เหตุการณ์เรื่องสนามฟุตซอล ใครจะถูกใครจะผิดอย่างไร จะเป็นเกมการเมืองหรือไม่ ใครโกหกใครพูดจริง ก็คงต้องดูกันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรือการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คิดว่าคงมีการเอาประเด็นนี้มาโจมตีกันแน่ๆ ?

ในฐานะเป็นผู้ว่าฯ กทม. จึงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ที่ทำให้สนามบางกอกฟุตซอล ไม่มีโอกาสได้ใช้ในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก2012 คราวนี้ ผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ จึงแสดงสปิริตขอโทษประชาชนผ่านทางfacebook ส่วนข่าวในทีวีก็เห็นท่านผู้ว่าฯ ก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษประชาชนเช่นกัน

facebook คุณชายสุขุมพันธุ์




แต่ก็จริงของผู้ว่า อย่างนะ ถ้าสร้างให้ฟีฟ่า มันก็ต้องยกให้ฟีฟ่าเอากลับไปด้วยสิ แต่นี่ไม่ได้สร้างให้ฟีฟ่า นี่หว่า 555
ฟายแดง มันเข้าไปด่าผุ้ว่าฯ กันใหญ่ ก็อย่างว่าล่ะนะ พวกมือไม่พายเอาเขาควายราน้ำ มันก็ต้องด่าได้อยู่ดี ต่อให้ทำดีแค่ไหนก็เถอะนะ

สำหรับผม akecity บอกตามตรง ได้ข้อมูลมากจากฝั่งสนับสนุนผู้ว่าฯ ฝั่งเดียว ก็เลยไม่รู้ว่า ฝ่ายพรรคเพื่อไทยเขาจะตอบประเด็นเหล่านี้ว่าอย่างไร?

-----------------------

ลำดับเหตุการณ์โดยไทยรัฐ 

แต่ที่นี้ลองไปดู ที่ไทยรัฐเขาลำดับเหตการณ์กรณีสนามบางกอก ฟุตซอล หนองจอก เอาไว้ตามนี้


ที่สำคัญ ท่านผุ้ว่าฯ ได้แถลงอีกว่า เงื่อนไขที่ฟีฟ่าอนุมัติให้ไทยเป็นเจ้าภาพ ไม่ได้มีข้อบังคับว่า ต้องสร้างสนามใหม่รองรับการแข่งขันครั้งนี้ การอนุมัติสร้างสนามฟุตซอลแห่งใหม่ ไทยเราอยากสร้างให้เอง ฉะนั้นการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกคราวนี้ จะมีสนามแข่งใหม่ หรือไม่ก็ได้

(เพราะเมื่อปี2553 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กับกรุงเทพมหานคร ได้ยื่นความพร้อมขอเป็นเจ้าภาพฟุตซอลชิงแชมป์โลกต่อ FIFA จนได้อนุมํติแล้วนั้น ได้ตั้งใจจะใช้อิมแพคอารีน่า เมืองทอง เป็นสนามแข่งขัน แต่ภายหลังฟีฟ่ามาตรวจแล้ว ฟีฟ่าไมให้ผ่าน จึงต้องมาคิดสร้างสนามแห่งใหม่แทนในปี 2554)

----------------------------------

ทีเรื่องของประเทศชาติ เจือกให้งบช้า ทีเรื่องของพม่า เจือกให้ไว

ทักษิณจะไปพม่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์รีบจัดส่งบรรณาการเป็นใบเบิกทางให้ทันที ด้วยการให้เครื่องผลิตไฟฟ้าแก่พม่า 2 เครื่อง มูลค่า 3พันล้านบาท แถมปตท. ก็จ่ายค่ารื้อถอนให้อีก 600 ล้านบาท สุดยอดจริงๆ เอาเงินภาษีชาติไปช่วยพี่ชาย

แต่ทีงบสร้างสนามฟุตซอล ดันเตะถ่วง ไปจ่ายงบปี56




เนชั่นBreaking news


คลิกอ่าน สนามฟุตซอล ประจานความชั่วรัฐบาลยิ่งลักษณ์



วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เหลือเชื่อ! ร้านข้าวแกง10บาทพร้อมที่จอดรถ80คัน ในกรุงเทพฯ






ยุคนี้ ใครๆ ก็บ่นของแพง อาหารราคาแพง พ่อค้าแม่ค้าก็อ้างว่า ต้นทุนแพง ขายอาหารจานเดียว ประเภทก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ราคา30 35 40 กันไปหมดแล้ว แถมบางร้านกินจานเดียวก็ไม่อิ่มด้วย

แต่ยุคนี้ไม่สิ้นคนดี เพราะมีคนที่เขาพอเพียง ไม่ต้องการค้ากำไรเกินควรยังมี จึงขอนำมายกย่อง

ป้าแอ๋ว ข้าวแกง10 บาท ร้านอยู่ก่อนถึงเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะนิดเดียว แถมมีที่จอดรถให้ลูกค้าหลังร้านมากถึง 80 คัน ย้ำ 80 คัน!!

แถมป้าแอ๋ว เป็นเจ้าของที่ดินที่ตั้งร้านข้าวแกง10บาทด้วย คิดดู ที่ดินถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้ห้างเซ็นทรัล ตอนนี้ราคาไร่ละเท่าไหร่แล้ว

ป้าแอ๋ว มีที่ดิน4 ไร่ คนเสนอซื้อแพงแค่ไหน ป้าแกก็ไม่ขาย ป้าแอ๋วบอกว่าขายที่ดินได้เงินหลายร้อยล้าน สู้ขายข้าวแกง10 บาทให้คนจนไม่ได้

สุดยอด!! ขอให้ป้าแอ๋ว และครอบครัว เจริญๆ ด้วยวรรณ สุขะ พละนะครับ

ขายข้าวแกง10 บาท พร้อมที่จอดรถให้ลูกค้า แถมข้าวแกงก็ไม่ได้มีปริมาณน้อยนิดกินไม่อิ่มนะคร้าบ

ร้านข้าวแกงป้าแอ๋ว จึงได้ชื่อว่า ร้านข้าวแกงขวัญใจแท๊กซี่เลยล่ะครับ


ขอชื่นชมจริงๆ ครับ

ส่วนร้านนี้ตั้งอยู่จุดไหนแน่ ดูได้จากรายการตลาดสดสนามเป้าครับ






วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ตามดูชีวิต คนเก็บขยะ คดีขายซีดีเถื่อน






นักการเมืองทำผิด สร้างความเสียหายแก่ชาติ แค่รอลงอาญา แต่คนเก็บซีดีเก่าขาย โดนจำคุก??

คุกไทยมีไว้ขังแต่คนจน เท่านั้น!!

คุณจำคดี นายสุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา พนักงานเก็บขยะ กทม. คดีคนเก็บขยะ ขายซีดีเถื่อน ที่เขาเก็บซีดีที่ได้จากกองขยะไปขายตลาดนัด แต่กลับถูกจับโทษฐานขายซีดีโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่?

เป็นคดีดังมาก ที่คนจนทำผิดเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะเก็บซีดีเก่าจากกองขยะไปขาย กลับม่ความผิดโทษหนักถึงปรับ2แสนบาท แต่หากไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ อาจต้องถูกจำคุกแทนค่าปรับ ไปร่วมๆ 3 ปี

ในตอนแรก เขาติดคุกไปเพราะไม่มีเงินประกันตัว แต่กรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม ได้ช่วยประกันตัวออกมาสู้คดีในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณื

ซึ่งเมื่อวันที่ 12 กรกฏาคม2555 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีนี้ไปแล้ว โดยศาลอุทธรณ์ยืนตามคำพิพากษาตามศาลชั้นต้น คือปรับ2แสนบาท แต่ลดโทษปรับลงเหลือ 133,400 บาท ซึ่งตอนนี้ คุณสุรัตน์ ได้ยื่นฎีกา อยู่ระหว่างขึ้นศาลฎีกาต่อไป

แต่เมื่อวันที่30 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา รายการชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ได้พาเราดูชีวิตของคุณสุรัตน์ พนักงานเก็บขยะ คดีขายซีดีเถื่อน ในตอน สุภาพบุรุษกองขยะ

เมื่อผมเองได้มีโอกาสดูชีวิตของคุณสุรัตน์แล้ว บอกตามตรง ผมเกิดความรู้สึกขึ้นหลายอย่างมาก ทั้งชื่นชม ทั้งซึ้งในน้ำใจของความภูมิใจในอาชีพคนเก็บขยะของเขา และก็สงสารการดิ้นรนเพื่อเลี้ยงครอบครัวของเขา

ได้ข้อคิดหลายอย่างเลยครับ อยากให้ใครที่พอมีเวลาว่าง ได้ลองตามดูให้จบครับ

ซึ่งในคลิป ผมติดใจหลายประเด็น เช่น เห็นมีกล่าวถึงนิดนึงว่า ตำรวจก็เคยเรียกเงินเขาด้วย ในระหว่างดำเนินคดี จากปากของญาติของคุณสุรัตน์

ซึ่งพอดูจากคำพิพากษา ดูเหมือนศาลได้ให้น้ำหนักไปที่การรับสารภาพของคุณสุรัตน์ ในชั้นสวบสวน ผมจึงขอตั้งข้อสังเกตว่า รูปคดีมันจะทำร้ายจำเลยหรือเป็นคุณแก่ จำเลยหรือไม่ ตำรวจก็มีส่วนอย่างมากๆ

ซึ่งคุณสุรัตน์ ได้เล่าให้นักข่าวฟังว่า เขาถูกตำรวจหลอกให้เซ็นยอมรับสารภาพ ตามข่าวนี้้ คลิกที่นี่อ่านข่าว !!

และผมฝากไว้นิดนึง ทนายอาสาท่านนึงของคุณสุรัตน์ในคลิป คือ คุณหมอเทพ เวชวิสิฐ เจ้าของประตูน้ำโพลีคลินิค ซึ่งอันนี้ผมขอชื่นชมท่านมานานแล้ว ว่า ท่านเป็นหมอศัลยกรรมที่มีจรรยาบรรณสูง และยังหาเวลาว่างมาช่วยคดีของคนจนอีก ผมเองทราบมานานแล้ว ว่าท่านเสียสละเวลาของท่านมาช่วยผู้ตกทุกข์ได้ยาก อันนี้ผมชื่นชมท่านมากครับ





คลิกอ่าน เหตุผลที่ผมไม่เชื่อว่าบั้งไฟพญานาคเป็นของจริง